อยากให้คนเดินผ่านแล้วหันกลับมามองบูธ ไม่จำเป็นต้องใช้ของแพงเสมอไป แต่ต้อง “ดึงสายตาให้หยุด” และ “ทำให้เข้าใจใน 3 วินาที” ด้วยดีเทลเล็กๆ ที่วางถูกจุด เช่น จุดเด่นเดียวที่ชัดมาก, แสงที่ถูกทิศ, ภาพใหญ่ที่อ่านออกไกล, ทางเดินเข้าบูธที่ไม่อึดอัด, และข้อความสั้นๆ ที่บอกประโยชน์ทันที เมื่อตั้ง 7 ดีเทลนี้ครบ บูธจะดูโปรขึ้น คนกล้าเดินเข้า และโอกาสเก็บลีดจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมบางบูธคนเดินผ่านเฉยๆ แต่บางบูธ “ต้องหันกลับมา”?
ในงานอีเวนต์ คนตัดสินใจเร็วมาก—ส่วนใหญ่จะมองผ่านๆ แล้วไปต่อ ถ้าบูธของคุณ “ไม่ชัดว่าเป็นอะไร” หรือ “ไม่มีจุดให้หยุดดู” เขาจะไม่เสียเวลาหยุด แต่ถ้าบูธมีสัญญาณบางอย่างที่เด่นพอให้สมองหยุด เช่น สี/แสง/ข้อความ/ภาพใหญ่ หรือมีมุมที่เหมือน “น่าเข้าไปลอง” คนจะหันกลับมาเอง
แก่นของบูธที่ดึงคนได้คือ
- เห็นแล้วรู้ทันทีว่าแบรนด์ทำอะไร
- มีเหตุผลให้หยุด (สะดุดตา/อยากรู้อยากลอง)
- เดินเข้าแล้วไม่เกร็ง (เข้าถึงง่าย)
7 ดีเทลง่ายๆ ที่ทำให้คน “หันกลับมา”
1) หัวบูธต้องตอบ “คุณได้อะไร”
แทนที่จะเขียนชื่อบริษัทอย่างเดียว ให้ใส่ “ประโยชน์หลัก” แบบสั้นมาก เช่น
- “ออกแบบบูธให้ขายได้จริง”
- “ทำบูธครบจบพร้อมติดตั้ง” ทริก: ตัวอักษรใหญ่ อ่านได้ไกล สีตัดพื้นหลัง และมีคำกริยา/ผลลัพธ์ชัดๆ
2) ทำ “จุดเด่น 1 จุด” ให้เด้งกว่าทุกอย่าง
บูธที่ดูดีแต่ไม่มีจุดจำ คนจะเดินผ่านไว เลือก 1 จุดให้เป็นพระเอก เช่น
- โลโก้ไฟ (Backlit)
- Lightbox ภาพสินค้าหลัก
- โครงสร้างทรงซุ้ม/กรอบที่เป็นเอกลักษณ์ จำไว้: “มีไฮไลต์ 1 จุด” ดีกว่า “มีทุกอย่างแต่ไม่เด่นสักอย่าง”
3) แสงคือเครื่องมือดึงสายตาที่คุ้มที่สุด
เพิ่มสปอตไลท์/ไฟซ่อนเส้นให้เกิดมิติ บูธจะดู “พรีเมียม” ขึ้นทันที
สูตรง่าย:
- แสงบนโลโก้ 1 จุด
- แสงส่องสินค้า/งานโชว์ 1 จุด
- ไฟวอร์มเล็กน้อยให้ผิวคนดูดี (คนอยากเข้ามาคุย)
4) สื่อภาพต้อง “เข้าใจเร็ว” ไม่ใช่ “ละเอียด”
คนเดินผ่านไม่มีเวลายืนอ่าน ใช้ภาพใหญ่ + คำสั้น + ไอคอน 3 จุดพอ
ตัวอย่างการจัด:
- ภาพหลัก 1 ภาพ
- 3 Bullet (เร็ว/คุ้ม/จบงานไว)
- QR เด่น 1 จุด ยิ่งอ่านง่าย ยิ่งหยุดนาน
5) ทำทางเข้าให้ “ไม่อึดอัด” และชวนเดินเข้า
บูธที่วางเคาน์เตอร์บังหน้ามักกันคนแบบไม่รู้ตัว
ทริกเลย์เอาต์:
- เปิดหน้าบูธ 60–70% ให้โล่ง
- เอาเดโม/ของโชว์ไว้ริมทางเดิน (ดึงคน)
- เคาน์เตอร์ถอยเข้าไปด้านในเล็กน้อย (ให้คนก้าวเข้า)
6) ใส่ “เหตุผลให้เข้า” ด้วยกิจกรรมเล็กๆ
ไม่ต้องแจกของใหญ่ แค่มี Trigger ก็เพิ่มคนเข้าได้ เช่น
- Mini demo 30 วินาที
- “สแกน QR รับไฟล์/ราคา/แบบตัวอย่าง”
- “ปรึกษาฟรี 5 นาที” ให้คนรู้ว่าเข้ามาแล้วได้อะไรทันที
7) ทีมหน้าบูธต้องมี “ประโยคเปิด” ที่สั้นและไม่ขายเกิน
คนหนีบูธที่ทักขายแรงเกินไป ให้ใช้ประโยคแบบช่วยเลือกแทน เช่น
- “กำลังหาแบบบูธแนวไหนอยู่ครับ/คะ?”
- “อยากให้บูธเน้นสวย หรือเน้นเก็บลีดครับ/คะ?”
- “มีพื้นที่เท่าไหร่ เดี๋ยวช่วยไกด์ให้ได้เลย” คำพูดดี = คนหยุดคุยได้ง่ายขึ้นมาก
สรุปแบบเอาไปใช้ได้เลย (Checklist หน้างาน)
- หัวบูธ = ประโยชน์หลัก 1 ประโยค อ่านได้ไกล
- ไฮไลต์ 1 จุด = โลโก้ไฟ/Lightbox/โครงสร้างเด่น
- แสงครบ 3 ชั้น = โลโก้ / สินค้า / บรรยากาศ
- สื่อภาพ 3 วิ = ภาพใหญ่ + 3 bullet + QR
- ทางเข้ากว้าง = ไม่เอาเคาน์เตอร์บังหน้า
- Trigger ให้เข้า = เดโม/สแกนรับไฟล์/ปรึกษาฟรี
- สคริปต์ทักทาย = ช่วยเลือก ไม่เร่งขาย
FAQ
Q1: ต้องใช้งบเยอะไหมถึงทำให้คนหันกลับมา?
A: ไม่จำเป็น ถ้าเลือก “ไฮไลต์ 1 จุด” ให้เด่นจริง + แสงดี + ข้อความหัวบูธชัด บูธเล็กก็หยุดคนได้
Q2: หัวบูธควรใส่อะไรดีที่สุด?
A: ใส่ “ผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้” สั้นๆ ก่อนชื่อแบรนด์ เช่น ทำให้ขายได้ไว/ติดตั้งจบ/ออกแบบครบวงจร
Q3: บูธเล็กควรทำอะไรเป็นอันดับแรก?
A: เคลียร์ทางเข้าให้โล่ง + ทำสื่อภาพให้อ่านใน 3 วินาที + ใส่ Trigger ให้คนมีเหตุผลเดินเข้า
Q4: ทำไมบางบูธสวยมากแต่คนไม่เข้า?
A: มักขาด “เหตุผลให้เข้า” และ “สคริปต์หน้าบูธ” คนเห็นแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อเลยเดินผ่าน
Q5: ไฟแบบไหนช่วยให้บูธดูพรีเมียมขึ้นเร็วสุด?
A: ไฟส่องโลโก้/ไฟซ่อนเส้นเพิ่มมิติ + สปอตไลท์ส่องสินค้าหลัก 1 จุด จะเห็นผลชัดสุด
Q6: QR ควรวางตรงไหนถึงสแกนเยอะ?
A: วางในระดับสายตา ใกล้ข้อความ “สแกนรับอะไร” และอย่าให้มีหลาย QR จนคนสับสน
Q7: ทีมหน้าบูธควรพูดอะไรเพื่อไม่ให้ลูกค้าหนี?
A: ใช้คำถามช่วยเลือก เช่น “เน้นสวยหรือเน้นเก็บลีด?” “พื้นที่เท่าไหร่?” แล้วค่อยพาไปดูตัวอย่าง
ออกแบบบูธ #บูธแสดงสินค้า #บูธงานแฟร์ #ExhibitionBooth #BoothDesign #EventMarketing #TradeShow #ออกแบบร้าน #BrandExperience #เพิ่มยอดขาย #LeadGeneration #งานอีเวนต์ #ออกแบบกราฟิก #สื่อหน้าบูธ #ดีไซน์บูธ
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈



