อยากให้บูธดูแพงขึ้นทันที ให้โฟกัส 10 จุดเล็กๆ ที่คนมองแล้วเชื่อถือ ได้แก่: โทนสีและวัสดุที่คุมธีม, ไฟที่ทำให้สินค้าเด่น, โลโก้/ป้ายที่อ่านชัด, งานพิมพ์เนี๊ยบ, เส้นสายที่สะอาด, การเก็บสายไฟ, ระยะเดินที่โล่ง, เคาน์เตอร์ที่ดูพรีเมียม, กลิ่น/เสียงที่ไม่รบกวน, และทีมงานแต่งตัวเป็นแบรนด์—ทั้งหมดช่วยให้บูธดูมืออาชีพ น่าเข้าหา และปิดการขายง่ายขึ้น

10 จุดเล็กๆ ที่ทำให้บูธ “ดูแพง” และน่าเชื่อถือทันที
1) คุมโทนสีให้เหลือ 2–3 สีหลัก
บูธที่ดูพรีเมียมมัก “ไม่ใช้สีเยอะ” เลือกสีแบรนด์เป็นหลัก แล้วเสริมด้วยสีพื้นกลางๆ เช่น ขาว เทา ดำ หรือสีไม้ เพื่อให้ภาพรวมสะอาดตา
เช็กลิสต์เร็ว: สีหลัก 1 สี + สีรอง 1 สี + สีพื้น 1 สี (พอ)
2) เลือก “ผิววัสดุ” ให้มีสัมผัส (Texture) มากกว่าลายเยอะ
ลายเยอะทำให้ดูรกง่าย แต่ผิววัสดุที่ดีช่วยยกระดับทันที เช่น ลามิเนตด้าน, ลายไม้เรียบ, เมทัลลิกแบบปัดเสี้ยน, ผ้า/เฟลท์ซับเสียง
ทริค: “ด้าน + เรียบ + แสงถูกจุด” มักดูแพงกว่า “เงา + ลายแน่น”
3) แสงคือของจริง: ไฟส่องสินค้า + ไฟบรรยากาศ แยกกัน
หลายบูธพลาดเพราะใช้ไฟขาวจ้าเท่ากันทั้งบูธ ทำให้สินค้าแบน ไม่เด่น
- ไฟส่องสินค้า: ให้ “สินค้าเด่น”
- ไฟบรรยากาศ: ให้ “บูธดูมีมิติ”
ผลลัพธ์: คนเดินผ่านจะรู้สึกว่าแบรนด์ “ตั้งใจ” และ “มืออาชีพ”
4) ป้าย/โลโก้ต้อง “อ่านได้ใน 3 วินาที”
ป้ายที่ดูแพงคือป้ายที่ชัด ไม่เยอะ และมีลำดับข้อความ
สูตรป้ายหน้าบูธ:
- บรรทัดใหญ่: คุณคือใคร (ชื่อแบรนด์)
- บรรทัดรอง: ทำอะไร (1 ประโยค)
- บรรทัดเล็ก: จุดเด่น (3–5 คำ)
5) งานพิมพ์ต้องเนี๊ยบ: สีไม่เพี้ยน ขอบไม่แตก ฟอนต์ไม่บางเกิน
คนส่วนใหญ่ไม่รู้เทคนิค แต่ “สัมผัสได้” ว่างานถูก/แพง
จุดที่ทำให้ดูแพงขึ้นทันที: ไฟล์คม, โทนสีตรงแบรนด์, ภาพความละเอียดสูง, ไม่ยืดภาพ, ไม่ใช้ฟอนต์หลายแบบ
6) ซ่อนของที่ไม่ควรเห็น: สายไฟ กล่อง เทป ถุง
บูธแพง “ดูโล่ง” เพราะเขาเก็บงานหลังบ้านดี
วิธีทำง่าย:
- มีช่องเก็บของใต้เคาน์เตอร์
- ใช้รางเก็บสาย/เทปเก็บสายสีเดียวกับพื้น
- วางปลั๊กไว้หลังฉาก ไม่วางกลางทางเดิน
7) จัด “ทางเดิน” ให้คนเข้าได้จริง ไม่ติดขัด
บูธที่คนเดินลื่น = ดูเป็นมืออาชีพ
หลักคิด:
- จุดยืนคุยต้องไม่บังทาง
- สินค้าที่อยากขายสุดอยู่ “ระดับสายตา”
- อย่าเอาป้าย/สแตนด์มาขวางหน้าบูธจนคนไม่กล้าเข้า
8) เคาน์เตอร์คือจุดตัดสินใจ—ทำให้ดูแพงก่อน
คนเข้าบูธแล้วจะมองเคาน์เตอร์ก่อนเสมอ เพราะเป็น “จุดต้อนรับ”
ทริคให้ดูแพง: หน้าเคาน์เตอร์เรียบ, มีโลโก้, มีไฟเส้น/ไฟซ่อน, และมีที่เก็บของซ่อนด้านใน
9) กลิ่นและเสียงเล็กๆ ทำให้แบรนด์ดู “แพงแบบไม่รู้ตัว”
ถ้าบูธมีกลิ่นอับ เสียงดัง หรือวุ่นวาย คนจะรีบเดินหนี
- เปิดเสียงพอดี (ถ้ามีจอ/วิดีโอ)
- หลีกเลี่ยงกลิ่นอาหาร/กาว/สีฉุน
ผล: คนอยู่ได้นานขึ้น = โอกาสคุยและปิดงานเพิ่มขึ้น
10) ทีมงานคือ “ภาพลักษณ์บูธ” ที่คนเชื่อทันที
ต่อให้บูธสวยแค่ไหน ถ้าทีมงานแต่งตัวไม่เป็นทีม หรือท่ายืนไม่พร้อม คนจะรู้สึกไม่มั่นใจ
สูตรง่าย: เสื้อโทนเดียว/มีโลโก้, ป้ายชื่อ, สคริปต์ทักทายสั้นๆ, และมีคนยืนต้อนรับ 1 คนเสมอ
สรุป
บูธที่ดูแพงขึ้นทันที เกิดจาก “ความเนี๊ยบ” ไม่ใช่ “ของเยอะ” ถ้าคุณเริ่มจาก 10 จุดนี้—คุมโทนสี, วัสดุ, แสง, ป้าย, งานพิมพ์, ความโล่ง, ระยะเดิน, เคาน์เตอร์, บรรยากาศ และทีมงาน—ภาพรวมจะดูน่าเชื่อถือขึ้นแบบเห็นได้ชัด และช่วยให้คนกล้าเดินเข้า กล้าคุย และปิดดีลง่ายขึ้น
FAQ: ออกแบบบูธให้ดูแพงขึ้นทันที
- ทำบูธให้ดูแพงขึ้นต้องใช้งบเยอะไหม?
– ไม่จำเป็น เน้นความเนี๊ยบ เช่น คุมโทนสี 2–3 สี งานพิมพ์คม เก็บสายไฟ เคาน์เตอร์ไม่รก และจัดไฟให้สินค้าเด่น ก็ยกระดับได้ทันที - อะไรคือจุดแรกที่ทำให้คนเชื่อถือบูธ?
แสงที่ดี + ป้ายอ่านชัดใน 3 วินาที + ความเรียบร้อย (ไม่เห็นของหลังบ้าน/สายไฟ) คนตัดสินใจเร็วมากจาก 3 อย่างนี้ - ป้ายหน้าบูธควรมีข้อความแค่ไหนถึงดูโปร?
2–3 บรรทัดพอ: ชื่อแบรนด์ (ใหญ่) + คุณทำอะไร (สั้น) + จุดเด่น 3–5 คำ ยิ่งสั้นยิ่งดูพรีเมียม - บูธเล็กทำให้ดูแพงได้ไหม?
ได้ และทำง่ายกว่า: เลือกจุดเด่น 1 จุดให้ชัด ใช้พื้นที่ว่างให้โล่ง จัดทางเดินไม่อึดอัด เคาน์เตอร์สะอาด คนจะกล้าเข้าและอยู่ได้นานขึ้น - อะไรที่ทำให้บูธดูถูกแบบไม่รู้ตัว?
งานพิมพ์ไม่คม/ภาพแตก ป้ายเยอะอ่านไม่ทัน สายไฟระโยงระยาง ของกองบนเคาน์เตอร์ และโทนสีหลุดธีม—แก้ 5 จุดนี้ ภาพรวมดีขึ้นทันที
ออกแบบบูธ #บูธแสดงสินค้า #บูธพรีเมียม #รับทำบูธ #ออกบูธงานแฟร์ #ออกแบบบูธให้ดูแพง #BoothDesign #ExhibitionBooth #EventMarketing #TradeShow
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈



