แสงใน booth ทำให้สินค้าดูแพงขึ้น เลือกไฟอย่างมืออาชีพ

แสงใน booth ไม่ได้แค่ทำให้สว่าง แต่ทำให้สินค้าดูแพงขึ้นได้จริง เลือกไฟให้ “เด่นแต่ไม่แยงตา” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และเพิ่มโอกาสปิดการขาย
booth

หลายธุรกิจลงทุนทำ บูธแสดงสินค้า (Booth Exhibition) หลักหมื่นถึงหลักแสน แต่พลาดจุดสำคัญที่สุดข้อหนึ่ง คือ “แสงไฟ”ความจริงคือ แสงสามารถทำให้สินค้าดูแพงขึ้นได้จริง และในทางกลับกัน แสงที่ผิดประเภทอาจทำให้สินค้าดูหมอง ราคาตก และไม่น่าเข้าใกล้

ทำไม “แสง” ถึงทำให้สินค้าดูแพงขึ้น?

1. แสงกำหนดอารมณ์ (Mood & Perception)

แสงโทนอุ่น (Warm White 2700K–3000K) ให้ความรู้สึกหรู อบอุ่น
แสงโทนกลาง (4000K) ดูสะอาด ทันสมัย
แสงโทนขาวจัด (6500K) ให้ความรู้สึกทางการหรืออุตสาหกรรม

แบรนด์ที่ดูพรีเมียมมักใช้ แสงโทนอุ่นผสมกับ Spotlight เพื่อสร้างเงาและมิติ


2. แสงช่วยสร้างมิติ (Depth & Contrast)

สินค้าที่ถูกส่องด้วยไฟตรง ๆ ทั้งบูธจะดู “แบน”
แต่ถ้าใช้ไฟส่องเฉพาะจุด (Accent Lighting) จะเกิดเงาอ่อน ๆ ทำให้สินค้าโดดเด่นเหมือนอยู่ในโชว์รูม


3. แสงมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ

งานวิจัยด้าน Retail Lighting พบว่า

ลูกค้ามีแนวโน้มมองสินค้าที่สว่างกว่าเป็น “คุณภาพสูงกว่า”

ดังนั้น บูธที่จัดแสงดีจะ:

  • ดึงดูดสายตาจากระยะไกล
  • ทำให้สินค้าโดดเด่น
  • เพิ่มเวลาที่ลูกค้าอยู่ในบูธ
  • เพิ่มโอกาสปิดการขาย

หลักการเลือกไฟให้ “เด่นแต่ไม่แยงตา”

1. เลือกค่าอุณหภูมิสี (Color Temperature) ให้เหมาะ

ประเภทสินค้าอุณหภูมิสีที่แนะนำ
เครื่องสำอาง / แฟชั่น3000K – 4000K
อาหาร2700K – 3000K
เทคโนโลยี4000K
สินค้าอุตสาหกรรม4000K – 5000K

Tip มืออาชีพ:
อย่าใช้ 6500K ทั้งบูธ เพราะจะทำให้แข็งและแสบตา


2. ใช้ไฟ 3 ระดับ (Layered Lighting)

บูธมืออาชีพจะไม่ใช้ไฟแบบเดียว แต่ใช้ 3 ชั้น ได้แก่

🔹 1. Ambient Light

ไฟหลักให้ความสว่างทั่วบูธ

🔹 2. Accent Light

ไฟส่องสินค้าเฉพาะจุด (Spotlight)

🔹 3. Decorative Light

ไฟเสริมสร้างบรรยากาศ เช่น ไฟซ่อนตามชั้นวาง

การใช้ไฟแบบ Layer จะทำให้บูธดูแพงขึ้นทันที


3. เลือก CRI สูง (Color Rendering Index)

ค่า CRI ควร 80 ขึ้นไป
ถ้าเป็นสินค้าแฟชั่นหรือความงาม แนะนำ 90+

CRI สูง = สีสินค้าไม่เพี้ยน


4. ระวัง “แสงแยงตา”

แสงแยงตาเกิดจาก:

  • วางไฟต่ำเกินไป
  • ยิงไฟเข้าหน้าคนเดิน
  • ใช้เลนส์กระจายแสงไม่ถูกต้อง

วิธีแก้:

  • ใช้มุมเอียง 30–45 องศา
  • เลือกไฟแบบ Anti-glare
  • ซ่อนหลอดไฟไม่ให้เห็นโดยตรง

เทคนิคจัดแสงให้บูธดู Premium แบบมืออาชีพ

✔ ใช้ Spotlight 3 เท่าของแสงรอบข้าง

สินค้าควรสว่างกว่าพื้นหลังประมาณ 2–3 เท่า

✔ อย่าให้เงาแข็งเกินไป

ใช้แสงนุ่ม (Soft Diffused Light) ผสมกับแสงหลัก

✔ อย่าใช้ไฟหลายสีปนกัน

บูธพรีเมียมมักใช้โทนเดียวทั้งงาน


ข้อผิดพลาดที่ทำให้บูธดูราคาถูก

  1. เปิดไฟขาวทั้งบูธ
  2. ไม่มีจุดโฟกัสสินค้า
  3. ใช้ไฟกำลังวัตต์ไม่พอ
  4. แสงสะท้อนเข้าหน้าคนเดิน
  5. สีสินค้าเพี้ยนเพราะ CRI ต่ำ

สรุป

แสงไม่ใช่แค่ความสว่าง
แต่คือเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลัง

การเลือกไฟที่ถูกต้องจะ:

  • เพิ่มมูลค่าสินค้า
  • สร้างภาพลักษณ์พรีเมียม
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • เพิ่มยอดขายในงานแสดงสินค้า

ถ้าคุณกำลังจะออกบูธครั้งหน้า
อย่าคิดถึงแค่ดีไซน์ผนังหรือกราฟิก
เริ่มจาก “แสง” แล้วผลลัพธ์จะต่างทันที


FAQ

Q1: แสงโทนไหนทำให้สินค้าดูแพงที่สุด?

ส่วนใหญ่ใช้ 3000K–4000K เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่นและทันสมัย

Q2: ควรใช้ไฟกี่ดวงในบูธ 3×3 เมตร?

โดยทั่วไปใช้ 6–10 จุด ขึ้นกับประเภทสินค้า

Q3: ทำไมไฟขาวจัดถึงทำให้สินค้าดูราคาถูก?

เพราะแสงแข็งเกินไป ทำให้สีซีด และบรรยากาศดูเหมือนออฟฟิศ

Q4: ค่า CRI สำคัญไหม?

สำคัญมาก โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการสีแม่นยำ เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง

Q5: ใช้ไฟเส้น LED ดีไหม?

ดี ถ้าใช้เป็นไฟเสริม ไม่ควรใช้เป็นไฟหลักทั้งหมด


#แสงในบูธ #ไฟบูธแสดงสินค้า #ออกแบบบูธ #BoothLighting #ExhibitionDesign #จัดไฟให้ดูแพง #ออกบูธให้ขายได้ #เทคนิคงานแสดงสินค้า #LightingDesign #BoothSetup #booth


หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈