รวมงานแสดงสินค้ายอดนิยมที่เหมาะกับการออกบูธของธุรกิจ B2B และ B2C

การเลือก “งานแสดงสินค้า” ให้เหมาะกับประเภทธุรกิจ คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายและคุณภาพของ Lead โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำตลาดทั้ง B2B (Business to Business) และ B2C (Business to Consumer) ซึ่งกลุ่มเป้าหมายต่างกันชัดเจน
บทความนี้รวบรวมงานแสดงสินค้ายอดนิยมในประเทศไทย พร้อมแนวทางเลือกงานให้เหมาะกับธุรกิจ
งานแสดงสินค้ายอดนิยมสำหรับธุรกิจ B2B
งานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
เหมาะกับธุรกิจ:
- เครื่องจักร
- ระบบคลังสินค้า
- Automation
- โซลูชันโรงงาน
ตัวอย่างงาน:
- Manufacturing Expo
- Intermach
- METALEX
จุดเด่น:
- เจอกลุ่มผู้จัดซื้อโดยตรง
- ปิดดีลมูลค่าสูง
- ได้ Partner ระยะยาว
งานโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
เหมาะกับ:
- ระบบ ASRS
- Software ERP
- ระบบขนส่ง
- บริการคลังสินค้า
ข้อดี:
- ได้ลูกค้าองค์กร
- ได้ Lead คุณภาพสูง
- ขยายตลาดภูมิภาค
งานก่อสร้างและวัสดุอุตสาหกรรม
เหมาะกับ:
- วัสดุก่อสร้าง
- เครื่องมือช่าง
- ระบบความปลอดภัย
- PPE
งานกลุ่มนี้เหมาะกับบูธที่ต้องโชว์สินค้าจริง
งานแสดงสินค้ายอดนิยมสำหรับธุรกิจ B2C
งานอาหารและเครื่องดื่ม
เหมาะกับ:
- แบรนด์อาหาร
- แฟรนไชส์
- สินค้า FMCG
ข้อดี:
- ยอดขายหน้างานสูง
- สร้าง Brand Awareness ได้ดี
งานความงามและสุขภาพ
เหมาะกับ:
- สกินแคร์
- อาหารเสริม
- คลินิก
ควรมีบูธที่ถ่ายรูปได้และดึงดูดสายตา
งานแฟร์ผู้บริโภคและห้างสรรพสินค้า
เหมาะกับ:
- แบรนด์ที่ต้องการระบายสินค้า
- สินค้าโปรโมชั่น
- สินค้าใหม่
ต้องออกแบบบูธให้ดึงดูดและปิดการขายเร็ว
งานที่เหมาะกับทั้ง B2B และ B2C
บางงานสามารถเจอทั้ง:
- ลูกค้าองค์กร
- ตัวแทนจำหน่าย
- ผู้บริโภคปลายทาง
เช่น:
- งานแฟรนไชส์
- งาน SME Expo
- งาน Startup & Tech
ควรออกแบบบูธให้รองรับทั้งการเจรจาธุรกิจและการขายปลีก
เลือกงานอย่างไรให้คุ้มค่าการออกบูธ?
ควรพิจารณา:
- กลุ่มผู้เข้าชมงานตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่
- ค่าเช่าพื้นที่เทียบกับจำนวนผู้เข้าร่วม
- มีคู่แข่งในงานมากน้อยแค่ไหน
- ROI จากงานก่อนหน้าเป็นอย่างไร
ไม่ใช่งานใหญ่เสมอไปที่จะคุ้มที่สุด
สรุป
การเลือกงานแสดงสินค้าให้เหมาะกับธุรกิจ B2B และ B2C คือกุญแจสำคัญในการเพิ่มยอดขายและคุณภาพ Lead
B2B → เน้นดีลมูลค่าสูงและ Partner
B2C → เน้นยอดขายหน้างานและสร้างแบรนด์
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈



