
การออกแบบบูธในงานแสดงสินค้า ไม่ว่าจะเป็นงานในศูนย์ประชุมอย่าง IMPACT เมืองทองธานี หรือ BITEC บางนา สิ่งหนึ่งที่หลายแบรนด์พลาดคือ “ไม่มีจุดโฟกัส (Focal Point)” ที่ชัดเจน
ผลลัพธ์คือ…
คนเดินผ่าน เหลือบมอง 2 วินาที แล้วเดินต่อ
บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเทคนิคการออกแบบบูธให้คน “หยุดนานขึ้น” ด้วยการจัดจุดโฟกัสอย่างมืออาชีพ พร้อมแนวคิดที่ใช้ได้จริงในงานอีเวนต์ทั่วไทย
จุดโฟกัส (Focal Point) คืออะไร?
จุดโฟกัส คือ “จุดที่สายตาคนมองเห็นก่อนและชัดที่สุด” ภายใน 3 วินาทีแรก
ในงานอีเวนต์ ผู้เข้าชมมีเวลาเฉลี่ยเพียง 3–5 วินาทีในการตัดสินใจว่าจะ
- เดินเข้าไปดู
- หรือเดินผ่าน
ถ้าบูธไม่มีจุดโฟกัสที่ชัดเจน สายตาจะ “หลุด” และสมองจะไม่จดจำแบรนด์
ทำไมต้องออกแบบจุดโฟกัสให้ดี?
1. เพิ่มเวลาในการหยุดดู (Dwell Time)
ยิ่งคนหยุดนาน โอกาสปิดการขายยิ่งสูง
2. เพิ่มการจดจำแบรนด์
ภาพที่ชัด โดดเด่น จะฝังในความจำมากกว่าป้ายข้อมูลเยอะ ๆ
3. ช่วยทีมขายทำงานง่ายขึ้น
เมื่อสายตาถูกดึงเข้า “จุดเดียวกัน” ทีมขายจะเริ่มบทสนทนาได้ง่าย
เทคนิคจัดจุดโฟกัสให้สายตาไม่หลุด
1. ใช้ “ความแตกต่าง” ดึงสายตา
สมองมนุษย์จะมองหาสิ่งที่แตกต่างจากสภาพแวดล้อม เช่น
- สีที่ตัดกัน
- วัสดุที่ไม่เหมือนบูธข้าง ๆ
- แสงที่สว่างกว่า
เทคนิค:
ถ้างานมีแต่โทนขาว-น้ำเงิน ลองใช้สีแดงหรือสีส้มเฉพาะจุด
2. ใช้แสงไฟกำหนดจุดสนใจ
แสงคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างจุดโฟกัส
- Spotlight ส่องสินค้าหลัก
- Backlight ทำให้โลโก้เด่น
- ไฟ Warm ทำให้สินค้าดูพรีเมียม
อย่าใช้ไฟสว่างเท่ากันทั้งบูธ เพราะจะทำให้ไม่มีจุดเด่น
3. กฎ 1 ข้อความหลัก ต่อ 1 บูธ
บูธที่ดีควรมี “ข้อความหลักเพียงประโยคเดียว”
เช่น
✔ “ติดตั้งภายใน 7 วัน”
✔ “ผลิตในไทย ส่งออก 12 ประเทศ”
ถ้ามีหลายข้อความ สายตาจะสับสน และไม่มีอะไรเด่น
4. จัดเลย์เอาต์แบบสามเหลี่ยมสายตา
เทคนิคที่นักออกแบบมืออาชีพใช้คือ
จัดองค์ประกอบให้สายตาไหลเป็นรูปสามเหลี่ยม
- โลโก้ (ด้านบน)
- สินค้าหลัก (ตรงกลาง)
- Call to Action (ด้านล่าง)
วิธีนี้ช่วยให้สายตาไม่หลุดออกนอกบูธ
5. สร้าง “พื้นที่ว่าง” ให้จุดโฟกัสหายใจ
หลายบูธพยายามใส่ทุกอย่าง
- โปสเตอร์
- รายละเอียด
- โปรโมชั่น
- QR Code
ผลคือแน่นจนมองไม่ออกว่าอะไรสำคัญ
จำไว้:
พื้นที่ว่าง = ทำให้ของสำคัญดูสำคัญขึ้น
6. ใช้ความสูงสร้างความได้เปรียบ
ในฮอลล์ขนาดใหญ่ เช่น IMPACT Arena บูธที่มีองค์ประกอบสูงกว่าระดับสายตาจะถูกเห็นก่อน
เช่น
- โครงสร้างสูง
- โลโก้ลอย
- จอ LED แนวตั้ง
ตัวอย่างการจัดจุดโฟกัสในบูธประเภทต่าง ๆ
บูธสินค้าอุตสาหกรรม
เน้นสินค้าจริงขนาดใหญ่ + แสงส่องเฉพาะจุด
บูธบริการ
ใช้ Key Message ตัวใหญ่ + ภาพก่อน-หลัง
บูธเทคโนโลยี
ใช้จอ Interactive เป็นจุดรวมสายตา
ข้อผิดพลาดที่ทำให้คนไม่หยุดดู
❌ ใส่ข้อมูลมากเกินไป
❌ ไม่มีจุดเด่นชัดเจน
❌ ใช้สีเท่ากันทั้งบูธ
❌ โลโก้เล็กเกินไป
❌ แสงกระจายเท่ากันหมด
สรุป: สูตรออกแบบบูธให้คนหยุดนานขึ้น
- มีจุดโฟกัสเพียง 1 จุดหลัก
- ใช้แสงและสีสร้างความแตกต่าง
- ลดข้อมูลที่ไม่จำเป็น
- เว้นพื้นที่ว่าง
- วางองค์ประกอบให้สายตาไหลลื่น
ถ้าทำครบ 5 ข้อนี้
บูธของคุณจะไม่ใช่แค่ “ตั้งอยู่ในงาน”
แต่จะเป็นบูธที่ “ดึงคนเข้ามาหาเอง”
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบบูธ
Q1: บูธเล็กทำจุดโฟกัสได้ไหม?
ได้ และยิ่งต้องทำ เพราะพื้นที่จำกัดต้องชัดเจนกว่าเดิม
Q2: ควรมีจุดโฟกัสกี่จุด?
แนะนำ 1 จุดหลัก และ 1 จุดรอง
Q3: งบน้อยจะทำอย่างไร?
ใช้แสงและกราฟิกแทนโครงสร้างแพง ๆ
Q4: บูธ 3×3 เมตร ควรโฟกัสตรงไหน?
ผนังหลังคือพื้นที่ทองคำ ควรใช้เป็นจุดหลัก
Q5: จุดโฟกัสควรอยู่สูงเท่าไร?
ระดับสายตาเฉลี่ย 150–170 ซม. คือจุดที่มองเห็นชัดที่สุด
#ออกแบบบูธ #บูธแสดงสินค้า #BoothDesign #EventMarketing #ออกแบบบูธให้ขายได้ #จุดโฟกัสบูธ #งานแสดงสินค้า #รับทำบูธ
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈



