แนะนำวิธีเลือก Kiosk ให้ตอบโจทย์ทั้งการขายและการสร้างแบรนด์ ตั้งแต่การเลือกขนาด พื้นที่ใช้งาน Layout เคาน์เตอร์ จุดโชว์สินค้า ระบบไฟ โลโก้ สี วัสดุ และฟังก์ชันภายในคีออส เพื่อให้เหมาะกับงานขายในห้าง งานอีเวนต์ Pop-up Store และพื้นที่เช่าขนาดเล็ก พร้อมช่วยเพิ่มยอดขายและทำให้แบรนด์จดจำได้ง่ายขึ้น
การเลือก Kiosk ให้ตอบโจทย์ทั้งขายและสร้างแบรนด์ ควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัดว่าแบรนด์ต้องการขายสินค้าโดยตรง เก็บรายชื่อลูกค้า เปิดตัวสินค้า ทดลองตลาด หรือเพิ่มการมองเห็นในพื้นที่ขาย จากนั้นจึงออกแบบคีออสให้รองรับทั้งฟังก์ชันการขายและภาพลักษณ์แบรนด์ไปพร้อมกัน
Kiosk ที่ดีควรมี Layout ใช้งานง่าย ลูกค้าเข้าถึงสะดวก สินค้าเด่น โลโก้มองเห็นชัด มีพื้นที่เก็บของเพียงพอ และใช้สี วัสดุ แสงไฟ รวมถึงกราฟิกให้สื่อถึงตัวตนของแบรนด์ ไม่ควรออกแบบให้สวยอย่างเดียวแต่ขายยาก หรือขายสะดวกแต่ภาพลักษณ์ไม่ชัด เพราะคีออสเป็นทั้ง “จุดขาย” และ “สื่อแบรนด์” ในพื้นที่เดียวกัน

เลือก Kiosk อย่างไรให้ตอบโจทย์ทั้งขายและสร้างแบรนด์
การทำ Kiosk หรือคีออสขายสินค้าในห้าง งานอีเวนต์ Pop-up Store พื้นที่เช่า ตลาดพรีเมียม หรือจุดขายเฉพาะกิจ ไม่ได้มีหน้าที่แค่ตั้งเคาน์เตอร์เพื่อขายของเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ จดจำภาพลักษณ์ และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
หลายแบรนด์เลือกทำคีออสโดยเน้นความสวยก่อน แต่ลืมเรื่องการใช้งานจริง เช่น ไม่มีพื้นที่วางสินค้า ไม่มีที่เก็บของ พนักงานทำงานไม่สะดวก หรือโลโก้มองเห็นไม่ชัดจากระยะไกล ในขณะเดียวกัน บางคีออสเน้นขายอย่างเดียว วางสินค้าหนาแน่น ใช้ป้ายเยอะเกินไป จนแบรนด์ดูไม่พรีเมียมและไม่น่าจดจำ
ดังนั้นการเลือก Kiosk ที่ดีต้องบาลานซ์ระหว่าง ยอดขาย และ ภาพลักษณ์แบรนด์ ให้ไปด้วยกัน

1. เริ่มจากเป้าหมายของ Kiosk ให้ชัด
ก่อนออกแบบหรือผลิต Kiosk ควรถามก่อนว่า คีออสนี้มีเป้าหมายหลักเพื่ออะไร เพราะเป้าหมายจะกำหนดทั้ง Layout ขนาด วัสดุ สี แสงไฟ และฟังก์ชันภายใน
ตัวอย่างเป้าหมายของ Kiosk ได้แก่
- ขายสินค้าหน้างาน
- เปิดตัวแบรนด์ใหม่
- ทดลองตลาดในพื้นที่ใหม่
- ทำ Pop-up Store ระยะสั้น
- เก็บรายชื่อลูกค้า
- แจก Sample หรือให้ทดลองสินค้า
- สร้าง Brand Awareness
- ขยายจุดขายในห้าง
- เพิ่มช่องทางขายแบบ Offline
ถ้าเป้าหมายคือขายสินค้า ควรเน้นพื้นที่โชว์สินค้า จุดรับออเดอร์ และจุดชำระเงินให้ชัด แต่ถ้าเป้าหมายคือสร้างแบรนด์ ควรให้ความสำคัญกับโลโก้ Key Visual วัสดุ สี และจุดถ่ายรูปมากขึ้น
2. เลือกขนาด Kiosk ให้เหมาะกับพื้นที่ขาย
Kiosk ไม่จำเป็นต้องใหญ่เสมอไป แต่ต้องมีขนาดพอดีกับพื้นที่และใช้งานได้จริง หากใหญ่เกินไปอาจทำให้พื้นที่ดูอึดอัด ขวางทางเดิน หรือใช้งบเกินจำเป็น แต่ถ้าเล็กเกินไปอาจทำให้วางสินค้าไม่พอและพนักงานทำงานลำบาก
สิ่งที่ควรวัดก่อนออกแบบ ได้แก่
- ความกว้างและความลึกของพื้นที่
- ความสูงที่พื้นที่เช่ากำหนด
- ทางเดินรอบ Kiosk
- จุดไฟฟ้า
- จุดน้ำ หากเป็นร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม
- ทิศทางคนเดิน
- จำนวนพนักงานประจำจุด
- จำนวนสินค้าและอุปกรณ์ที่ต้องใช้
Kiosk ที่ดีควรใช้พื้นที่คุ้ม แต่ยังเหลือช่องให้ลูกค้าเดินเข้าใกล้ได้ง่าย ไม่รู้สึกแน่นหรือถูกบังคับให้ซื้อ
3. วาง Layout ให้ขายง่าย
คีออสที่ขายดีต้องมี Flow การใช้งานที่ชัด ลูกค้าควรมองเห็นทันทีว่าขายอะไร ต้องสั่งตรงไหน จ่ายเงินตรงไหน และรับสินค้าตรงไหน หากลูกค้าสับสน โอกาสซื้อจะลดลง
Layout ที่ควรมี ได้แก่
- จุดต้อนรับลูกค้า
- จุดโชว์สินค้าหลัก
- จุดแสดงเมนูหรือราคา
- จุดรับออเดอร์
- จุดชำระเงิน
- จุดส่งสินค้า
- จุดวางโปรโมชัน
- จุดเก็บของหลังเคาน์เตอร์
- จุดสแกน QR Code หรือ LINE OA
สำหรับ Kiosk ขายเครื่องดื่มหรืออาหาร ควรแยกจุดสั่งและจุดรับสินค้าให้ชัด เพื่อให้คิวไหลลื่น ส่วน Kiosk สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง หรือ Gadget ควรมีพื้นที่ให้ลูกค้าหยิบดู ทดลอง หรือสอบถามได้สะดวก
4. ใช้แบรนด์ให้ชัดตั้งแต่แรกเห็น
Kiosk เป็นพื้นที่เล็ก แต่ต้องสื่อสารแบรนด์ให้เร็วที่สุด เพราะลูกค้าเดินผ่านเพียงไม่กี่วินาที หากโลโก้ สี และข้อความไม่ชัด ลูกค้าอาจไม่รู้ว่าคีออสนี้ขายอะไรหรือแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร
องค์ประกอบแบรนด์ที่ควรมี ได้แก่
- โลโก้ชัดเจน
- สีหลักของแบรนด์
- ฟอนต์ที่อ่านง่าย
- Key Message สั้น ๆ
- ภาพสินค้าหรือภาพแบรนด์
- ป้ายเมนูหรือป้ายโปรโมชัน
- Mood & Tone ที่สอดคล้องกับสินค้า
ตัวอย่าง Key Message ที่ใช้ได้ เช่น
“กาแฟพรีเมียมพร้อมเสิร์ฟทุกวัน”
“ขนมโฮมเมด สดใหม่จากวัตถุดิบคุณภาพ”
“สกินแคร์สำหรับผิวแพ้ง่าย”
“สินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์มินิมอล”
ข้อความควรสั้น อ่านง่าย และทำให้ลูกค้าเข้าใจจุดขายได้ทันที
5. เลือกวัสดุให้เหมาะกับภาพลักษณ์และการใช้งาน
วัสดุมีผลต่อความรู้สึกของลูกค้าโดยตรง หากต้องการให้ Kiosk ดูพรีเมียม ควรเลือกวัสดุที่ดูดีและทนต่อการใช้งานจริง แต่ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุแพงทั้งบูธ อาจเลือกลงทุนเฉพาะจุดที่ลูกค้าเห็นชัด เช่น หน้าเคาน์เตอร์ Top เคาน์เตอร์ ป้ายโลโก้ หรือชั้นโชว์สินค้า
ตารางเลือกวัสดุตามภาพลักษณ์แบรนด์
| ภาพลักษณ์ที่ต้องการ | วัสดุที่เหมาะ | เหมาะกับธุรกิจ |
|---|---|---|
| พรีเมียม หรู | ลายหินอ่อน โลหะพ่นสี อะคริลิก ไฟ LED | เครื่องสำอาง เครื่องดื่ม เบเกอรี่ |
| อบอุ่น เป็นธรรมชาติ | ลายไม้ สีครีม ผิวด้าน | กาแฟ ขนม อาหารสุขภาพ |
| โมเดิร์น เทคโนโลยี | โลหะ กระจก สีเทา ดำ ขาว | Gadget, Tech, Service |
| สดใส เข้าถึงง่าย | สีแบรนด์สด วัสดุเบา กราฟิกเด่น | เครื่องดื่ม ขนม สินค้าแฟชั่น |
| สะอาด ปลอดภัย | สีขาว สแตนเลส วัสดุเช็ดง่าย | อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าสุขภาพ |
วัสดุควรเลือกให้เหมาะกับทั้งแบรนด์และการดูแลรักษา เพราะ Kiosk ต้องใช้งานจริงทุกวัน ไม่ใช่สวยเฉพาะตอนเปิดตัว
6. ใช้แสงไฟช่วยสร้างจุดเด่น
ไฟเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ Kiosk ดูน่าสนใจขึ้นมาก โดยเฉพาะพื้นที่ในห้างหรืองานอีเวนต์ที่มีแบรนด์จำนวนมาก แสงไฟที่ดีช่วยให้สินค้าเด่น โลโก้ชัด และภาพรวมดูมีมิติ
จุดที่ควรใช้ไฟ ได้แก่
- ป้ายโลโก้
- ชั้นโชว์สินค้า
- หน้าเคาน์เตอร์
- ใต้เคาน์เตอร์
- เมนูหรือป้ายราคา
- จุดวางสินค้าขายดี
- Backdrop หรือผนังหลัง
ควรเลือกโทนไฟให้เหมาะกับสินค้า เช่น Warm White สำหรับขนม กาแฟ และเบเกอรี่ เพื่อให้ดูอบอุ่น ส่วน Cool White หรือ Neutral White เหมาะกับสินค้าเทคโนโลยี เครื่องสำอาง หรือสินค้าที่ต้องการความสะอาดและทันสมัย
7. อย่าให้พื้นที่ขายรกเกินไป
หนึ่งในปัญหาที่ทำให้ Kiosk ดูไม่ดีคือการวางของเยอะเกินไป เช่น กล่องสินค้า ถุง อุปกรณ์หลังร้าน ป้ายโปรโมชันหลายแบบ หรือสายไฟที่มองเห็นชัด ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ดูไม่เป็นมืออาชีพ
ควรออกแบบพื้นที่เก็บของให้มีตั้งแต่แรก เช่น
- ตู้ใต้เคาน์เตอร์
- ลิ้นชักเก็บอุปกรณ์
- ช่องซ่อนสายไฟ
- ช่องเก็บถุง
- ช่องเก็บสต็อกสินค้า
- ที่วางถังขยะซ่อน
- ชั้นเก็บของหลังเคาน์เตอร์
ยิ่ง Kiosk มีขนาดเล็ก ยิ่งต้องเก็บของให้เป็นระเบียบ เพราะความรกเพียงเล็กน้อยจะมองเห็นชัดและลดความน่าเชื่อถือของแบรนด์ทันที
8. จัดสินค้าให้เป็นพระเอก
Kiosk ที่ดีควรทำให้สินค้าดูเด่น ไม่ใช่ให้โครงสร้างบูธแย่งความสนใจทั้งหมด การจัดวางสินค้าควรช่วยให้ลูกค้าเข้าใจว่าสินค้าหลักคืออะไร ตัวไหนขายดี และควรเลือกซื้ออะไร
เทคนิคจัดสินค้าให้ขายง่าย
- วางสินค้าขายดีในระดับสายตา
- ใช้แท่นโชว์สินค้า
- แยกหมวดหมู่ให้ชัด
- ไม่วางสินค้าแน่นเกินไป
- ใช้ป้ายราคาเล็กแต่ชัด
- ใช้แสงส่องสินค้าหลัก
- แสดงตัวอย่างสินค้าให้หยิบดูได้
- จัดสินค้าให้เติมสต็อกง่าย
สินค้าที่ถูกจัดวางดีจะช่วยเพิ่มมูลค่าในสายตาลูกค้า และทำให้ Kiosk ดูมีระดับมากขึ้น
9. ใช้ QR Code และดิจิทัลเสริมการขาย
Kiosk มีพื้นที่จำกัด การใส่ข้อมูลทุกอย่างบนป้ายอาจทำให้รกได้ การใช้ QR Code จึงช่วยให้ลูกค้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ง่าย เช่น เมนูเต็ม รายละเอียดสินค้า โปรโมชัน LINE OA หรือฟอร์มลงทะเบียน
QR Code เหมาะกับการใช้งาน เช่น
- สแกนดูเมนู
- สแกนรับโปรโมชัน
- เพิ่มเพื่อน LINE OA
- ลงทะเบียนรับของแจก
- ดูแคตตาล็อก
- ดูรีวิวสินค้า
- สมัครสมาชิก
- ขอใบเสนอราคา
ควรวาง QR Code ในตำแหน่งที่สแกนง่าย มีข้อความบอกชัดว่าสแกนแล้วได้อะไร และไม่ควรใช้ QR Code เล็กเกินไป
10. เลือกรูปแบบ Kiosk ให้ตรงกับพื้นที่
Kiosk มีหลายรูปแบบ เช่น แบบเปิดหน้าเดียว แบบเปิดรอบด้าน แบบ Island แบบ Wall Side หรือแบบ Modular ซึ่งแต่ละแบบเหมาะกับพื้นที่ต่างกัน
ตารางเลือกรูปแบบ Kiosk ตามพื้นที่
| รูปแบบ Kiosk | เหมาะกับพื้นที่ | จุดเด่น |
|---|---|---|
| เปิดหน้าเดียว | พื้นที่ชิดผนังหรือทางเดินด้านเดียว | ควบคุมมุมขายง่าย |
| เปิด 2 ด้าน | พื้นที่หัวมุม | เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น |
| เปิดรอบด้าน | พื้นที่กลางห้าง | มองเห็นได้หลายทิศ |
| Island Kiosk | พื้นที่เปิดโล่ง | สร้างภาพลักษณ์เด่น |
| Wall Side Kiosk | พื้นที่ติดผนัง | ใช้ผนังหลังติดเมนูหรือกราฟิก |
| Modular Kiosk | งานอีเวนต์/Pop-up | ถอดประกอบและใช้ซ้ำได้ |
เลือกแบบให้ตรงกับพื้นที่จริงจะช่วยให้ Kiosk ใช้งานง่ายและมองเห็นแบรนด์ได้ดีที่สุด
11. ต้องรองรับการทำงานของพนักงาน
Kiosk ที่ออกแบบดีต้องไม่ใช่แค่สวยสำหรับลูกค้า แต่ต้องทำให้พนักงานทำงานสะดวกด้วย เพราะพนักงานคือคนที่ขาย ตอบคำถาม รับเงิน เตรียมสินค้า และดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่
ควรดูเรื่องเหล่านี้
- พนักงานยืนทำงานได้สะดวก
- อุปกรณ์หยิบใช้ง่าย
- จุดรับเงินไม่ขวางทาง
- มีพื้นที่วางของชั่วคราว
- เติมสินค้าได้ง่าย
- ทำความสะอาดสะดวก
- สายไฟและปลั๊กไม่เกะกะ
- มีพื้นที่ให้พนักงานเคลื่อนไหวพอดี
ถ้าพนักงานทำงานลำบาก บริการจะช้าลง และส่งผลต่อประสบการณ์ลูกค้าโดยตรง
12. วัดผล Kiosk หลังใช้งานจริง
หลังเปิดใช้งาน Kiosk ควรเก็บข้อมูลเพื่อดูว่าตอบโจทย์ทั้งขายและสร้างแบรนด์ได้จริงหรือไม่ ไม่ควรดูแค่ยอดขายอย่างเดียว แต่ควรวัดพฤติกรรมลูกค้าด้วย
ตัวชี้วัดที่ควรดู ได้แก่
- จำนวนลูกค้าที่หยุดดู
- จำนวนคนที่เดินเข้ามาถาม
- ยอดขายต่อวัน
- สินค้าที่ขายดีที่สุด
- โปรโมชันที่ได้ผล
- จำนวนคนสแกน QR Code
- จำนวนคนเพิ่ม LINE OA
- Feedback จากพนักงาน
- จุดที่ลูกค้าสับสน
- พื้นที่ใช้งานที่ยังไม่สะดวก
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ปรับ Layout ป้ายสินค้า โปรโมชัน หรือการจัดวางให้ดีขึ้นในการใช้งานจริง
Checklist เลือก Kiosk ให้ตอบโจทย์ทั้งขายและสร้างแบรนด์
| คำถามก่อนออกแบบ | สิ่งที่ควรพิจารณา |
|---|---|
| เป้าหมายหลักคืออะไร | ขายสินค้า สร้างแบรนด์ หรือทดลองตลาด |
| พื้นที่ตั้งอยู่ตรงไหน | กลางห้าง ชิดผนัง หัวมุม หรืองานอีเวนต์ |
| ลูกค้าเดินมาจากทางไหน | วางโลโก้และสินค้าหลักให้ถูกมุม |
| สินค้ามีกี่ประเภท | วางชั้นโชว์และพื้นที่เก็บของให้พอ |
| ต้องมีพนักงานกี่คน | เผื่อพื้นที่ทำงานและบริการลูกค้า |
| ต้องการภาพลักษณ์แบบไหน | เลือกสี วัสดุ และไฟให้ตรงแบรนด์ |
| ต้องมีระบบไฟ/น้ำไหม | เตรียมโครงสร้างและอุปกรณ์ให้พร้อม |
| ต้องใช้ซ้ำหลายงานไหม | พิจารณาแบบ Modular หรือ Knockdown |
| ลูกค้าต้องทำอะไร | ซื้อ สแกน QR ทดลองสินค้า หรือสอบถาม |
| จะวัดผลอย่างไร | ยอดขาย Lead QR Code และ Feedback |
สรุป
การเลือก Kiosk ให้ตอบโจทย์ทั้งขายและสร้างแบรนด์ ต้องเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัด เลือกขนาดและรูปแบบให้เหมาะกับพื้นที่ วาง Layout ให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย จัดสินค้าให้เด่น ใช้โลโก้ สี วัสดุ และไฟให้สื่อภาพลักษณ์แบรนด์ พร้อมออกแบบพื้นที่เก็บของและพื้นที่ทำงานของพนักงานให้ใช้งานได้จริง
Kiosk ที่ดีไม่ควรเป็นแค่เคาน์เตอร์ขายของ แต่ควรเป็นจุดสัมผัสแบรนด์ที่ทำให้ลูกค้าจำได้ เข้าใจสินค้าเร็ว และตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ Kiosk ที่ตอบโจทย์ธุรกิจต้องขายได้จริง ใช้งานสะดวก และทำให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือในพื้นที่จำกัด
FAQ
1. Kiosk ที่ดีควรมีอะไรบ้าง
ควรมีโลโก้ชัด จุดโชว์สินค้า จุดรับออเดอร์ พื้นที่ชำระเงิน พื้นที่เก็บของ แสงไฟที่เหมาะสม และ Layout ที่ลูกค้าเข้าถึงง่าย
2. Kiosk ช่วยสร้างแบรนด์ได้อย่างไร
ช่วยสร้างแบรนด์ผ่านสี โลโก้ วัสดุ กราฟิก แสงไฟ และการจัดวางที่ทำให้ลูกค้าจดจำภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ตั้งแต่แรกเห็น
3. Kiosk สำหรับขายของควรเน้นอะไร
ควรเน้นการจัดสินค้าที่ชัดเจน ป้ายราคาอ่านง่าย จุดสั่งซื้อสะดวก การชำระเงินรวดเร็ว และพื้นที่เก็บสต็อกเพียงพอ
4. Kiosk ขนาดเล็กทำให้ดูพรีเมียมได้ไหม
ทำได้ หากคุมโทนสีดี ใช้วัสดุที่เหมาะ จัดไฟสวย ซ่อนพื้นที่เก็บของ และไม่วางสินค้าแน่นเกินไป
5. ควรเลือก Kiosk แบบเปิดหน้าเดียวหรือเปิดรอบด้าน
ขึ้นอยู่กับพื้นที่ หากอยู่ชิดผนังเหมาะกับแบบเปิดหน้าเดียว แต่ถ้าอยู่กลางพื้นที่หรือกลางห้าง ควรใช้แบบเปิดรอบด้านเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้หลายทิศ
6. วัสดุแบบไหนเหมาะกับ Kiosk พรีเมียม
วัสดุที่นิยม เช่น ลายไม้ ลายหินอ่อน อะคริลิก โลหะพ่นสี สแตนเลส กระจก และไฟ LED โดยเลือกใช้เฉพาะจุดสำคัญก็ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ได้
7. Kiosk ควรมี QR Code ไหม
ควรมี หากต้องการให้ลูกค้าดูข้อมูลเพิ่มเติม รับโปรโมชัน เพิ่ม LINE OA หรือสมัครสมาชิก โดยควรวางในจุดที่สแกนง่าย
8. ทำไม Kiosk บางตัวดูรกและไม่น่าซื้อ
มักเกิดจากป้ายเยอะเกินไป สีไม่คุม ของวางแน่น ไม่มีที่เก็บของ สายไฟมองเห็นชัด หรือจัดสินค้าไม่เป็นหมวดหมู่
9. Kiosk ใช้ในงานอีเวนต์ควรเลือกแบบไหน
ควรเลือกแบบ Modular หรือ Knockdown ที่ถอดประกอบง่าย ขนย้ายสะดวก และสามารถเปลี่ยนกราฟิกตามแคมเปญได้
10. เลือกทำ Kiosk อย่างไรให้คุ้มค่า
ควรเลือกจากเป้าหมาย พื้นที่จริง ประเภทสินค้า งบประมาณ และการใช้งานระยะยาว ไม่ควรเลือกจากดีไซน์สวยหรือราคาถูกเพียงอย่างเดียว
Black Cat Design
บริการออกแบบและผลิต Kiosk สำหรับแบรนด์ที่ต้องการทั้งยอดขายและภาพลักษณ์ที่โดดเด่นในพื้นที่จำกัด
✔ ออกแบบ Kiosk ให้เหมาะกับพื้นที่ขายจริง
✔ วาง Layout ให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายและพนักงานทำงานสะดวก
✔ เลือกวัสดุ สี ไฟ และกราฟิกให้ตรงกับแบรนด์
✔ รองรับงานในห้าง Pop-up Store งานอีเวนต์ และพื้นที่เช่าระยะยาว
✔ ผลิตงานให้สวย แข็งแรง และใช้งานได้จริง
เพราะ Kiosk ที่ดี
ไม่ควรแค่ “ตั้งขายของได้”
แต่ต้องช่วยให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือและขายได้ง่ายขึ้นตั้งแต่แรกเห็น
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ คลิกที่นี่ 👈
บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ บูธ 👈



