การตั้งค่าการป้องกันสแปมบนฟอร์มการติดต่อ: วิธีป้องกันไม่ให้ฟอร์มของคุณถูกโจมตี

ฟอร์มการติดต่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับธุรกิจในการติดต่อกับลูกค้า แต่ในบางครั้งฟอร์มนี้อาจกลายเป็นเป้าหมายของ สแปม หรือการโจมตีที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณเสียชื่อเสียงและส่งผลกระทบต่อการบริการลูกค้า การตั้งค่าการป้องกันสแปมบนฟอร์มการติดต่อจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ
บทความนี้จะอธิบายวิธีการตั้งค่าการป้องกันสแปมบนฟอร์มการติดต่อในเว็บไซต์ของคุณ
ทำไมต้องป้องกันสแปมในฟอร์มการติดต่อ?
การที่ฟอร์มการติดต่อของคุณถูกโจมตีด้วย สแปม อาจทำให้เกิดผลเสียหลายอย่าง เช่น:
- ข้อมูลการติดต่อปลอม: การกรอกข้อมูลปลอมอาจทำให้คุณสูญเสียข้อมูลที่มีค่า
- บล็อกฟอร์มการติดต่อ: สแปมอาจทำให้ฟอร์มใช้งานไม่ได้ หรือทำให้ระบบของคุณช้าลง
- การโจมตีจากบอท: บอทสแปมสามารถกรอกฟอร์มโดยอัตโนมัติ ทำให้เกิดปัญหาความปลอดภัย
การป้องกันสแปมจึงมีความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและความเชื่อถือของเว็บไซต์
วิธีการตั้งค่าการป้องกันสแปมบนฟอร์มการติดต่อ
ใช้ CAPTCHA หรือ reCAPTCHA
CAPTCHA (Completely Automated Public Turing test to tell Computers and Humans Apart) และ Google reCAPTCHA เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ในการป้องกันการกรอกฟอร์มโดยบอท มันจะทำการทดสอบว่าผู้กรอกฟอร์มนั้นเป็นมนุษย์หรือบอท
วิธีการใช้ Google reCAPTCHA:
- สมัครใช้ Google reCAPTCHA บน เว็บไซต์ reCAPTCHA
- เลือกรูปแบบของ reCAPTCHA (เช่น v2 หรือ v3) และกรอกข้อมูลเว็บไซต์ของคุณ
- นำ Site Key และ Secret Key ที่ได้ไปตั้งค่าในฟอร์มของคุณ
- ใช้ JavaScript หรือ Plugin ของ CMS เช่น WordPress ในการแทรก reCAPTCHA
ตั้งค่า Honeypot
Honeypot คือเทคนิคที่ใช้การซ่อนฟิลด์ในฟอร์มที่ผู้ใช้มนุษย์ไม่สามารถเห็นหรือกรอกได้ แต่บอทจะกรอกข้อมูลในช่องนี้โดยอัตโนมัติ
วิธีการตั้งค่า Honeypot:
- สร้างฟิลด์ input ที่ซ่อนใน HTML
- ใช้ CSS หรือ JavaScript ซ่อนฟิลด์นี้
- เมื่อฟอร์มถูกส่ง ถ้าฟิลด์ Honeypot มีข้อมูล ระบบจะถือว่าผู้กรอกฟอร์มเป็นบอทและไม่รับฟอร์มนั้น
จำกัดจำนวนการส่งฟอร์ม
การตั้งค่า การจำกัดการส่งฟอร์ม จะช่วยป้องกันการส่งฟอร์มจำนวนมากจาก IP หรือผู้ใช้ที่ไม่พึงประสงค์
วิธีการจำกัดการส่งฟอร์ม:
- ใช้ JavaScript ในการตรวจสอบจำนวนครั้งที่ฟอร์มถูกส่งจากผู้ใช้เดียวกัน
- ตั้งค่าระยะเวลาในการส่งฟอร์มซ้ำ เช่น ให้ผู้ใช้สามารถส่งฟอร์มได้เพียง 1 ครั้งใน 30 วินาที
การตั้งค่าการจำกัดการส่งฟอร์มช่วยป้องกันการส่งข้อมูลที่ไม่จำเป็นและการโจมตีจากบอท
ใช้ระบบการยืนยันอีเมล
หลังจากที่ผู้ใช้กรอกฟอร์มการติดต่อแล้ว, การ ยืนยันอีเมล เป็นวิธีที่ดีในการตรวจสอบว่าเป็นผู้ใช้จริง ๆ
วิธีการยืนยันอีเมล:
- เมื่อผู้ใช้กรอกฟอร์มและกดส่ง, ระบบจะส่งลิงก์ยืนยันไปยังอีเมลที่กรอก
- เมื่อผู้ใช้คลิกลิงก์ในอีเมล ระบบจะยืนยันว่าผู้ใช้เป็นจริงและทำการบันทึกข้อมูล
การยืนยันอีเมลจะช่วยให้คุณรับข้อมูลจากลูกค้าจริงเท่านั้น
การตั้งค่าการป้องกันด้วย IP Blocking หรือ Rate Limiting
การตั้งค่า IP Blocking และ Rate Limiting ช่วยป้องกันการโจมตีจาก IP ที่ส่งข้อมูลจำนวนมากในระยะเวลาสั้น ๆ
- IP Blocking: บล็อก IP ที่มีการส่งฟอร์มหลายครั้งในระยะเวลาสั้น ๆ
- Rate Limiting: จำกัดจำนวนการส่งฟอร์มจากผู้ใช้ IP เดียวในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ไม่เกิน 5 ครั้งใน 10 นาที
สรุป
การตั้งค่าการป้องกันสแปมในฟอร์มการติดต่อไม่เพียงแต่ช่วยลดการโจมตีจากบอท แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของคุณ การใช้ CAPTCHA, Honeypot, Rate Limiting และ IP Blocking เป็นเทคนิคสำคัญในการป้องกันสแปมที่ไม่พึงประสงค์
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈



