เลือก Booth อย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่เช่าในงาน Expo

เลือก Booth อย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่เช่าในงาน Expo

แนะนำวิธีเลือก booth ให้เหมาะกับพื้นที่เช่าในงาน Expo ทั้งบูธขนาดเล็ก บูธมาตรฐาน บูธหัวมุม บูธเปิด 2 ด้าน บูธ Island และพื้นที่ขนาดใหญ่ พร้อมแนวทางวาง Layout, โซนโชว์สินค้า, จุดต้อนรับ, พื้นที่เจรจา และการใช้กราฟิกให้คุ้มค่ากับพื้นที่ เพื่อให้บูธดูโดดเด่น ใช้งานจริงได้ดี และช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในงานแสดงสินค้า

การเลือก booth ให้เหมาะกับพื้นที่เช่าในงาน Expo ควรเริ่มจากการดูขนาดพื้นที่ รูปแบบการเปิดด้านของบูธ ทิศทางคนเดิน เป้าหมายของการออกงาน และประเภทสินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอ หากพื้นที่เช่ามีขนาดเล็ก ควรใช้บูธที่เน้น Key Message ชัด พื้นที่ไม่รก และมีจุดต้อนรับที่เข้าใจง่าย แต่ถ้าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่หรือบูธ Island ควรแบ่งโซนให้ชัด เช่น โซนโชว์สินค้า โซน Demo โซนเจรจา จุดเก็บ Lead และพื้นที่เก็บของหลังบูธ

Booth ที่ดีไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด แต่ต้องเหมาะกับพื้นที่จริงและเป้าหมายของแบรนด์ ควรคำนึงถึงการมองเห็นจากระยะไกล ความสะดวกในการเดินเข้าออก การวางสินค้า ระบบไฟ กราฟิก โลโก้ และ Flow การทำงานของทีมขาย หากออกแบบให้สอดคล้องกับพื้นที่เช่า จะช่วยให้บูธดูเป็นมืออาชีพ ดึงดูดคนเดินผ่าน และใช้งบประมาณได้คุ้มค่ามากขึ้น

booth

เลือก Booth อย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่เช่าในงาน Expo

การออกงาน Expo เป็นโอกาสสำคัญที่แบรนด์จะได้พบลูกค้าใหม่ เจรจากับคู่ค้า เปิดตัวสินค้า เก็บรายชื่อผู้สนใจ และสร้างภาพลักษณ์ให้ธุรกิจ แต่หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลมากต่อความสำเร็จคือการเลือก booth ให้เหมาะกับพื้นที่เช่า เพราะพื้นที่แต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และวิธีออกแบบที่แตกต่างกัน

หลายธุรกิจเลือกพื้นที่เช่าก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะทำบูธแบบไหน แต่ในความจริง ควรดูทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน เพราะขนาดพื้นที่ ตำแหน่งในฮอลล์ จำนวนด้านที่เปิด และทิศทางคนเดิน จะส่งผลโดยตรงต่อ Layout การจัดสินค้า จุดต้อนรับ และรูปแบบการสื่อสารของบูธ

บูธที่เหมาะกับพื้นที่เช่าจึงไม่ใช่บูธที่ใหญ่ที่สุดหรือแพงที่สุด แต่คือบูธที่ใช้พื้นที่ได้คุ้ม สื่อสารแบรนด์ได้ชัด และทำให้ทีมขายทำงานได้สะดวกตลอดงาน

booth

1. เริ่มจากดูขนาดพื้นที่เช่า

ขนาดพื้นที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเลือก booth เพราะพื้นที่เล็กและพื้นที่ใหญ่ต้องใช้แนวคิดการออกแบบต่างกัน หากพื้นที่เล็กเกินไปแต่ใส่ฟังก์ชันเยอะเกิน บูธจะดูแน่นและลูกค้าไม่กล้าเดินเข้า แต่ถ้าพื้นที่ใหญ่แล้วไม่มีจุดโฟกัส บูธอาจดูโล่งและไม่น่าสนใจ

ตัวอย่างแนวทางเลือกตามขนาดพื้นที่

ขนาดพื้นที่เช่ารูปแบบบูธที่เหมาะแนวทางออกแบบ
3×3 เมตรStandard Booth / Custom Booth ขนาดเล็กเน้นโลโก้ชัด สินค้าหลัก และเคาน์เตอร์ต้อนรับ
3×6 เมตรBooth เปิด 1-2 ด้านเพิ่มโซนโชว์สินค้าและจุดพูดคุยสั้น ๆ
6×6 เมตรBooth ขนาดกลาง / Island บางรูปแบบแบ่งโซน Demo, Display, Lead และเจรจา
6×9 เมตรขึ้นไปIsland Booth / Pavilionสร้าง Brand Experience และรองรับคนหลายกลุ่ม
พื้นที่พิเศษCustom Designออกแบบตาม Flow ลูกค้าและกิจกรรมในบูธ

พื้นที่เล็กควรเน้นความชัดเจน ส่วนพื้นที่ใหญ่ควรเน้นการแบ่งโซนและการสร้างประสบการณ์


2. ดูว่าบูธเปิดกี่ด้าน

จำนวนด้านที่เปิดมีผลต่อการออกแบบอย่างมาก เช่น บูธเปิดหน้าเดียวต้องสื่อสารจากด้านหน้าให้ชัด ส่วนบูธเปิดสองด้านหรือหัวมุมต้องออกแบบให้คนมองเห็นได้จากหลายทิศทาง

รูปแบบบูธตามจำนวนด้านที่เปิด

รูปแบบพื้นที่จุดเด่นเหมาะกับธุรกิจ
เปิดหน้าเดียวควบคุมมุมมองง่าย ต้นทุนไม่สูงธุรกิจที่ต้องการบูธมาตรฐาน
เปิด 2 ด้านคนเห็นมากขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้นแบรนด์ที่ต้องการดึงคนจากทางเดิน
บูธหัวมุมมองเห็นเด่นกว่าบูธแถวเดียวสินค้าที่ต้องการโชว์และต้อนรับหลายทิศ
เปิด 3 ด้านเปิดโล่ง ดูเข้าถึงง่ายงาน Demo, Product Showcase
Island Boothเข้าถึงได้รอบด้าน ดูพรีเมียมแบรนด์ใหญ่ เปิดตัวสินค้า หรือ B2B

หากพื้นที่เปิดหลายด้าน ควรหลีกเลี่ยงการทำผนังทึบมากเกินไป เพราะจะปิดมุมมองและลดข้อดีของพื้นที่เช่า


3. วิเคราะห์ทิศทางคนเดินในงาน Expo

แม้พื้นที่เช่าจะมีขนาดเท่ากัน แต่ตำแหน่งในฮอลล์ต่างกันย่อมให้ผลลัพธ์ต่างกัน บูธที่อยู่ใกล้ทางเข้า เวทีกลาง โซนอาหาร หรือทางเดินหลัก มักมีโอกาสได้รับสายตามากกว่า แต่ก็ต้องออกแบบให้รับกับทิศทางคนเดินด้วย

สิ่งที่ควรดูจากแผนผังงาน ได้แก่

  • คนเดินเข้าจากทางไหนมากที่สุด
  • บูธอยู่ใกล้ทางเดินหลักหรือไม่
  • มีเสาหรือโครงสร้างบังสายตาหรือไม่
  • บูธคู่แข่งอยู่ใกล้หรือเปล่า
  • จุดที่คนหยุดพักอยู่ตรงไหน
  • ทางเข้า-ออกฮอลล์อยู่ด้านไหน
  • มีเวทีหรือกิจกรรมใกล้บูธหรือไม่

เมื่อรู้ทิศทางคนเดิน จะช่วยวางโลโก้ ป้ายหัวบูธ จอ LED และสินค้าหลักให้หันไปทางที่คนมองเห็นมากที่สุด


4. เลือกบูธตามเป้าหมายการออกงาน

เป้าหมายของการออกงาน Expo มีผลต่อรูปแบบบูธมาก เช่น ถ้าต้องการขายสินค้าหน้างาน ต้องมีจุดชำระเงินและสต็อกสินค้า แต่ถ้าต้องการเจรจา B2B ต้องมีพื้นที่นั่งคุยและนำเสนอข้อมูล

ตารางเลือก Booth ตามเป้าหมาย

เป้าหมายBooth ที่เหมาะสิ่งที่ควรมี
ขายสินค้าหน้างานบูธเปิดโล่ง เข้าถึงง่ายชั้นโชว์สินค้า จุดชำระเงิน ป้ายราคา
เก็บ Leadบูธมีจุด QR / Registrationเคาน์เตอร์ต้อนรับ ฟอร์มลงทะเบียน
เปิดตัวสินค้าบูธเด่น มีจุดโฟกัสกลางจอ LED, Display, Demo Zone
เจรจา B2Bบูธมีพื้นที่พูดคุยโต๊ะเจรจา จอพรีเซนต์ โบรชัวร์
สร้างแบรนด์บูธดีไซน์พรีเมียมโลโก้ใหญ่ Key Visual จุดถ่ายรูป
Demo สินค้าบูธมีพื้นที่ทดลองไฟ ระบบไฟฟ้า พื้นที่ปลอดภัย

หากเป้าหมายชัด จะช่วยควบคุมงบและเลือกองค์ประกอบในบูธได้แม่นยำขึ้น


5. พื้นที่เล็กต้องเน้นความชัด ไม่ใช่ใส่ทุกอย่าง

สำหรับพื้นที่ 3×3 เมตร หรือบูธขนาดเล็ก สิ่งสำคัญคือความชัดเจน เพราะมีพื้นที่จำกัด ไม่ควรวางสินค้าทุกชิ้น ป้ายทุกข้อความ หรือเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นจนแน่นเกินไป

บูธเล็กควรเน้น

  • โลโก้ชัด
  • Key Message สั้น
  • สินค้าหลัก 1-3 กลุ่ม
  • เคาน์เตอร์ไม่ใหญ่เกินไป
  • QR Code สำหรับข้อมูลเพิ่ม
  • ชั้นโชว์สินค้าแบบประหยัดพื้นที่
  • ไฟส่องสินค้าจุดสำคัญ
  • พื้นที่ให้ลูกค้ายืนคุยได้สบาย

บูธเล็กที่ออกแบบดีสามารถดูพรีเมียมและดึงดูดได้ หากจัดองค์ประกอบให้เรียบร้อยและไม่รก


6. พื้นที่ใหญ่ต้องแบ่งโซนให้ดี

พื้นที่ขนาดใหญ่มีข้อดีคือสามารถสร้างประสบการณ์ได้มากกว่า แต่ถ้าไม่แบ่งโซนให้ชัด อาจทำให้บูธดูโล่งเกินไปหรือคนไม่รู้ว่าจะเดินไปตรงไหนก่อน

โซนที่ควรมีในบูธขนาดกลางถึงใหญ่ ได้แก่

  • โซนต้อนรับ
  • โซนโชว์สินค้า
  • โซน Demo
  • โซนเจรจา
  • โซนจอพรีเซนต์
  • จุดเก็บ Lead
  • จุดถ่ายรูป
  • พื้นที่เก็บของ
  • ทางเดินภายในบูธ

การแบ่งโซนจะช่วยให้ทีมงานรับลูกค้าได้เป็นระบบ และทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจการเดินในบูธได้ง่ายขึ้น


7. เลือกความสูงและป้ายหัวบูธให้เหมาะกับข้อกำหนด

งาน Expo แต่ละงานมักมีข้อกำหนดเรื่องความสูงของบูธ วัสดุ ป้ายไฟ ระบบไฟฟ้า และระยะปลอดภัย ก่อนออกแบบควรตรวจคู่มือผู้จัดงานให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการออกแบบเกินข้อกำหนดและต้องแก้แบบภายหลัง

สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่

  • ความสูงสูงสุดของบูธ
  • ข้อกำหนดป้ายแขวน
  • เงื่อนไขการใช้ไฟ
  • ข้อกำหนดวัสดุ
  • เวลาเข้าติดตั้ง
  • เวลาเข้ารื้อถอน
  • ข้อจำกัดด้านเสียง
  • ข้อกำหนดเรื่องพื้นยกระดับ
  • ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

ป้ายหัวบูธควรมองเห็นจากระยะไกล แต่ไม่ควรใหญ่จนบังมุมมองของสินค้าและพื้นที่ภายในบูธ


8. พิจารณาพื้นที่เก็บของหลังบูธ

หลายบูธดูสวยตอนออกแบบ แต่หน้างานจริงกลับรก เพราะไม่มีพื้นที่เก็บของ เช่น กล่องสินค้า โบรชัวร์ ถุง ของแจก อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือของส่วนตัวทีมงาน

พื้นที่เก็บของควรมีมากน้อยตามประเภทงาน เช่น

  • งานขายสินค้า ต้องมีสต็อกสำรอง
  • งานแจกโบรชัวร์ ต้องมีที่เก็บเอกสาร
  • งาน Demo ต้องมีที่เก็บอุปกรณ์
  • งานเครื่องดื่ม/อาหาร ต้องมีพื้นที่เก็บวัตถุดิบ
  • งาน B2B ต้องมีพื้นที่เก็บเอกสารและของพรีเมียม

บูธที่มีพื้นที่เก็บของดีจะดูเรียบร้อยตลอดงาน และช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้น


9. ใช้กราฟิกและแสงไฟให้เหมาะกับพื้นที่

กราฟิกและแสงไฟเป็นสิ่งที่ช่วยให้ Booth ดูโดดเด่น แต่ต้องใช้ให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ หากพื้นที่เล็ก ใช้กราฟิกเยอะเกินไปจะดูแน่น หากพื้นที่ใหญ่ ใช้กราฟิกน้อยเกินไปอาจดูโล่งและไม่มีจุดจำ

หลักการใช้งานที่ดีคือ

  • ใช้ Key Visual หนึ่งชุดหลัก
  • โลโก้ต้องเห็นจากทางเดิน
  • ข้อความบนผนังต้องสั้น
  • ใช้ไฟเน้นสินค้าและโลโก้
  • ไม่ใช้สีหลายโทนเกินไป
  • จอ LED ควรช่วยเล่าเรื่อง ไม่ใช่ทำให้รก
  • QR Code ควรอยู่ในจุดที่สแกนง่าย
  • ภาพสินค้าควรชัดและคุณภาพสูง

แสงไฟที่ดีช่วยให้บูธดูแพงขึ้นและทำให้สินค้าเด่นขึ้นอย่างชัดเจน


10. คำนึงถึง Flow ทีมงานและลูกค้า

Booth ที่ดีต้องรองรับทั้งลูกค้าและทีมงาน ไม่ใช่สวยอย่างเดียว ลูกค้าควรเดินเข้าได้ง่าย เห็นจุดสนใจทันที และรู้ว่าต้องคุยกับใคร ส่วนทีมงานต้องมีพื้นที่ยืน แนะนำสินค้า เก็บข้อมูล และหยิบอุปกรณ์ได้สะดวก

Flow ที่ควรคิด ได้แก่

  • ลูกค้าเดินเข้าทางไหน
  • ลูกค้าหยุดดูสินค้าตรงไหน
  • ทีมงานยืนต้อนรับตรงไหน
  • จุด Demo อยู่ขวางทางเดินหรือไม่
  • โต๊ะเจรจาอยู่ลึกเกินไปหรือไม่
  • จุดเก็บ Lead ใช้งานง่ายไหม
  • พื้นที่เก็บของทำให้บูธรกหรือไม่
  • ถ้าคนเข้าพร้อมกันหลายคนยังรับไหวไหม

การคิด Flow ตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาหน้างานและทำให้บูธมีประสิทธิภาพมากขึ้น


11. เลือกบูธให้เหมาะกับงบประมาณ

พื้นที่เช่าในงาน Expo มีต้นทุนอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือก Booth ต้องสัมพันธ์กับงบโดยรวม ไม่ใช่ใช้งบไปกับโครงสร้างทั้งหมดจนไม่มีงบสำหรับสื่อ ทีมงาน หรือกิจกรรมในบูธ

ควรแบ่งงบออกเป็นหมวด เช่น

  • ค่าเช่าพื้นที่
  • ค่าออกแบบบูธ
  • ค่าผลิตบูธ
  • ค่ากราฟิก
  • ค่าไฟและอุปกรณ์
  • ค่าขนส่งติดตั้ง
  • ค่าทีมงาน
  • ค่าของแจก
  • ค่าสื่อโฆษณาก่อนงาน
  • งบสำรอง

หากงบจำกัด ควรลงทุนกับจุดที่ลูกค้ามองเห็นชัด เช่น โลโก้ หน้าเคาน์เตอร์ ไฟ และสินค้าหลัก มากกว่าตกแต่งทุกจุดให้แพงเท่ากัน


12. Booth ที่ดีต้องรองรับการติดตามผลหลังงาน

การออก Expo ไม่ควรจบแค่วันงาน แต่ต้องเก็บ Lead และนำไปติดตามต่อได้ ดังนั้น Booth ควรมีจุดเก็บข้อมูลลูกค้าที่ชัด เช่น QR Code, แบบฟอร์ม, จุดสแกนนามบัตร หรือระบบ CRM

สิ่งที่ควรเตรียม ได้แก่

  • QR Code ขอใบเสนอราคา
  • QR Code ดาวน์โหลดแคตตาล็อก
  • แบบฟอร์มลงทะเบียน
  • จุดนัดหมาย Demo
  • โปรโมชั่นเฉพาะในงาน
  • ทีมงานรับ Lead
  • ระบบแยก Hot Lead / Warm Lead
  • แผนติดตามหลังงาน

Booth ที่ดีจึงไม่ใช่แค่ดึงคนเข้าบูธ แต่ต้องเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ


Checklist เลือก Booth ให้เหมาะกับพื้นที่เช่าในงาน Expo

คำถามก่อนออกแบบสิ่งที่ควรพิจารณา
พื้นที่กว้างและลึกเท่าไรกำหนดขนาดบูธและจำนวนโซน
เปิดกี่ด้านวางมุมโลโก้และจุดต้อนรับ
คนเดินมาจากทางไหนจัดจุดดึงสายตาให้ถูกทิศ
เป้าหมายการออกงานคืออะไรเลือกโซนโชว์ Demo หรือเจรจา
สินค้าต้องใช้พื้นที่แค่ไหนวาง Display และพื้นที่ทดลอง
ต้องมีทีมงานกี่คนเผื่อพื้นที่ยืนและทำงาน
ต้องมีพื้นที่เก็บของไหมลดความรกในบูธ
มีข้อกำหนดความสูงไหมป้องกันการแก้แบบภายหลัง
งบรวมเท่าไรควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บาน
ต้องเก็บ Lead อย่างไรเตรียม QR, Form หรือ CRM

สรุป

การเลือก booth ให้เหมาะกับพื้นที่เช่าในงาน Expo ต้องเริ่มจากการดูขนาดพื้นที่ จำนวนด้านที่เปิด ทิศทางคนเดิน เป้าหมายของการออกงาน ประเภทสินค้า และงบประมาณ หากพื้นที่เล็กควรเน้นความชัด เรียบร้อย และใช้ทุกตารางเมตรให้คุ้ม หากพื้นที่ใหญ่ควรแบ่งโซนให้ชัด มีจุดดึงสายตา โซน Demo โซนเจรจา และพื้นที่เก็บของที่เป็นระบบ

Booth ที่ดีไม่ใช่แค่บูธที่สวยที่สุด แต่ต้องเหมาะกับพื้นที่จริง ใช้งานได้จริง และช่วยให้แบรนด์สื่อสารกับลูกค้าได้มีประสิทธิภาพ ทั้งก่อนงาน ระหว่างงาน และหลังงาน

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ เลือก Booth ให้เหมาะกับพื้นที่เช่า ต้องดูทั้งขนาด มุมมอง Flow ลูกค้า เป้าหมายธุรกิจ และวิธีใช้พื้นที่ให้เกิดโอกาสทางการขายมากที่สุด


FAQ

1. เลือก Booth สำหรับงาน Expo ควรเริ่มจากอะไร

ควรเริ่มจากขนาดพื้นที่เช่า จำนวนด้านที่เปิด ทิศทางคนเดิน และเป้าหมายของการออกงาน เช่น ขายสินค้า เก็บ Lead เปิดตัวสินค้า หรือเจรจาธุรกิจ

2. พื้นที่ 3×3 เมตรควรออกแบบบูธแบบไหน

ควรเน้นบูธที่โลโก้ชัด ข้อความสั้น สินค้าหลักเด่น มีเคาน์เตอร์ต้อนรับ และไม่วางของแน่นเกินไป

3. บูธหัวมุมดีกว่าบูธเปิดหน้าเดียวไหม

บูธหัวมุมมีโอกาสมองเห็นมากกว่าและเข้าถึงได้หลายทิศทาง แต่ต้องออกแบบให้เปิดรับคนทั้งสองด้าน ไม่ใช่ปิดผนังทึบจนเสียข้อดี

4. Island Booth เหมาะกับแบรนด์แบบไหน

เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์โดดเด่น มีพื้นที่โชว์สินค้า Demo เจรจา หรือเปิดตัวสินค้า และมีงบประมาณมากพอสำหรับพื้นที่และการผลิตบูธ

5. บูธขนาดเล็กทำให้ดูพรีเมียมได้ไหม

ทำได้ หากคุมโทนสีดี ใช้วัสดุเหมาะสม จัดไฟสวย โลโก้ชัด และจัดสินค้าให้เรียบร้อย ไม่รกจนเกินไป

6. ควรมีพื้นที่เก็บของในบูธไหม

ควรมี โดยเฉพาะงานที่มีสินค้า โบรชัวร์ ของแจก หรืออุปกรณ์ Demo เพราะช่วยให้บูธดูสะอาดและทีมงานทำงานสะดวก

7. จอ LED จำเป็นกับบูธงาน Expo ไหม

ไม่จำเป็นทุกบูธ แต่ช่วยดึงสายตาได้ดี หากใช้วิดีโอสั้น ข้อความน้อย และวางในตำแหน่งที่คนเดินผ่านมองเห็นง่าย

8. เลือกบูธอย่างไรไม่ให้งบบานปลาย

ควรกำหนดเป้าหมายชัด แบ่งงบเป็นหมวด เลือกขนาดบูธให้พอดีกับการใช้งาน และตรวจรายละเอียดใบเสนอราคาให้ครบก่อนเริ่มผลิต

9. Booth สำหรับ B2B ควรมีอะไรบ้าง

ควรมีโซนพูดคุย จอพรีเซนต์ เอกสารข้อมูล จุดเก็บ Lead และ Key Message ที่เน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่โชว์สินค้าอย่างเดียว

10. Booth ที่ดีควรวัดผลอย่างไร

ควรวัดจากจำนวนคนเข้าบูธ จำนวน Lead คุณภาพ จำนวนการนัดหมาย จำนวนใบเสนอราคา และยอดขายหรือโอกาสทางธุรกิจหลังจบงาน


Black Cat Design
บริการออกแบบและผลิต Booth สำหรับงาน Expo ให้เหมาะกับพื้นที่เช่าจริง ใช้งานได้จริง และช่วยให้แบรนด์โดดเด่นในงานแสดงสินค้า

✔ วิเคราะห์พื้นที่เช่าและทิศทางคนเดิน
✔ วาง Layout ให้เหมาะกับบูธเล็ก บูธหัวมุม และ Island Booth
✔ ออกแบบโซนโชว์สินค้า Demo เจรจา และเก็บ Lead
✔ ผลิตและติดตั้งบูธให้สวย แข็งแรง พร้อมใช้งานตรงเวลา

เพราะ Booth ที่ดี
ไม่ควรแค่ “เต็มพื้นที่”
แต่ต้องใช้พื้นที่ให้คุ้ม ดึงดูดลูกค้า และสร้างโอกาสให้ธุรกิจได้จริง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ คลิกที่นี่ 👈
บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ บูธ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
booth

More Posts

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE