บูธขายสินค้า ต่างจากบูธประชาสัมพันธ์อย่างไร

บูธสำหรับงานขายสินค้าควรออกแบบให้ลูกค้าเห็นสินค้า เข้าใจราคา ทดลองสินค้า และตัดสินใจซื้อได้สะดวก โดยเน้นพื้นที่แสดงสินค้า จุดชำระเงิน โปรโมชัน และทางเดินที่ไม่ติดขัด ส่วนบูธประชาสัมพันธ์ควรเน้นการเล่าเรื่องแบรนด์ สร้างภาพจำ และเปิดพื้นที่ให้พูดคุยหรือเก็บข้อมูลผู้สนใจ จึงมักให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ โลโก้ สื่อดิจิทัล จุดถ่ายภาพ และพื้นที่รับรองมากกว่าการวางสินค้าจำนวนมาก

บูธสำหรับงานขายสินค้า ควรต่างจากบูธประชาสัมพันธ์อย่างไร?

บูธในงานแสดงสินค้าไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกันทุกงาน บางแบรนด์เข้าร่วมงานเพื่อขายสินค้าและสร้างยอดขายทันที ขณะที่บางแบรนด์ต้องการประชาสัมพันธ์องค์กร เปิดตัวผลิตภัณฑ์ หรือสร้างการรับรู้ในระยะยาว

ดังนั้น ก่อนเริ่มออกแบบบูธ สิ่งสำคัญคือการกำหนดให้ชัดว่า บูธนี้สร้างขึ้นเพื่อ “ขายสินค้า” หรือ “ประชาสัมพันธ์แบรนด์” เพราะเป้าหมายที่ต่างกันจะส่งผลต่อทั้งรูปแบบบูธ การจัดพื้นที่ การวางสินค้า การใช้ข้อความ และเส้นทางการเดินของผู้เข้าชม


บูธขายสินค้า คืออะไร?

บูธขายสินค้า คือบูธที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างยอดขายภายในงาน ผู้เข้าชมต้องสามารถมองเห็นสินค้า เลือกสินค้า สอบถามราคา ทดลองใช้งาน และชำระเงินได้อย่างสะดวก

การออกแบบบูธประเภทนี้จึงไม่ควรเน้นความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดถึงกระบวนการซื้อทั้งหมด ตั้งแต่ลูกค้าเดินผ่าน มองเห็นสินค้า สนใจโปรโมชั่น หยิบสินค้าทดลอง ไปจนถึงการต่อคิวชำระเงิน

ตัวอย่างธุรกิจที่เหมาะกับบูธขายสินค้า ได้แก่

  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงาม
  • เสื้อผ้า รองเท้า และแฟชั่น
  • อุปกรณ์ไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • สินค้าเพื่อสุขภาพ
  • สินค้าอุปโภคบริโภค
  • สินค้าโปรโมชั่นภายในงาน

บูธประชาสัมพันธ์ คืออะไร?

บูธประชาสัมพันธ์ คือบูธที่เน้นสร้างการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ และภาพจำขององค์กร มากกว่าการปิดการขายในทันที

ผู้เข้าชมอาจไม่ได้ซื้อสินค้าภายในงาน แต่จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ บริการ เทคโนโลยี หรือโครงการต่าง ๆ พร้อม留下ข้อมูลติดต่อ นัดหมายพูดคุย หรือกลับไปพิจารณาภายหลัง

บูธประเภทนี้จึงควรเล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีจุดเด่นที่มองเห็นได้จากระยะไกล และมีพื้นที่สำหรับพนักงานอธิบายข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ตัวอย่างธุรกิจที่เหมาะกับบูธประชาสัมพันธ์ ได้แก่

  • บริษัทที่ให้บริการแบบ B2B
  • โรงงานและธุรกิจอุตสาหกรรม
  • บริษัทเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์
  • องค์กรภาครัฐและสถาบันการศึกษา
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  • บริษัทที่ต้องการรับสมัครตัวแทนหรือพันธมิตร
  • แบรนด์ที่ต้องการเปิดตัวสินค้าใหม่

ตารางเปรียบเทียบบูธขายสินค้าและบูธประชาสัมพันธ์

หัวข้อเปรียบเทียบบูธขายสินค้าบูธประชาสัมพันธ์
เป้าหมายหลักสร้างยอดขายภายในงานสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือ
การจัดพื้นที่เน้นชั้นวางสินค้าและจุดชำระเงินเน้นพื้นที่นำเสนอและพูดคุย
จำนวนสินค้ามักแสดงสินค้าหลายรายการเลือกแสดงเฉพาะสินค้าหรือบริการเด่น
ข้อความบนบูธราคา โปรโมชัน จุดเด่นสินค้าแนวคิดแบรนด์ บริการ และจุดแข็ง
เส้นทางเดินเข้า เลือกสินค้า จ่ายเงิน และออกเข้า รับข้อมูล พูดคุย และลงทะเบียน
พนักงานประจำบูธเน้นแนะนำสินค้าและปิดการขายเน้นให้ข้อมูลและเก็บรายชื่อลูกค้า
จุดสำคัญสินค้า ราคา และความสะดวกภาพลักษณ์ เนื้อหา และประสบการณ์
ตัวชี้วัดยอดขาย จำนวนบิล มูลค่าต่อบิลจำนวนผู้สนใจ รายชื่อ และนัดหมาย

1. เป้าหมายของบูธต้องชัดตั้งแต่เริ่มออกแบบ

ก่อนติดต่อบริษัทรับทำบูธ ควรกำหนดเป้าหมายหลักให้ชัดเจน เพราะคำว่า “อยากได้บูธสวย ๆ” ยังไม่เพียงพอสำหรับการออกแบบที่ใช้งานได้จริง

สำหรับบูธขายสินค้า เป้าหมายอาจเป็น

  • ขายสินค้าให้ได้ตามยอดที่กำหนด
  • ระบายสินค้าหรือจัดโปรโมชั่น
  • เปิดตัวสินค้าใหม่
  • เพิ่มจำนวนลูกค้าที่ทดลองสินค้า
  • เพิ่มยอดสมัครสมาชิก

ส่วนบูธประชาสัมพันธ์อาจมีเป้าหมายเป็น

  • สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์
  • แนะนำบริการใหม่
  • เก็บข้อมูลลูกค้าที่สนใจ
  • นัดหมายทีมขายหลังจบงาน
  • หาพันธมิตรหรือตัวแทนจำหน่าย

เมื่อเป้าหมายชัด ผู้ออกแบบบูธจะสามารถจัดพื้นที่และเลือกองค์ประกอบได้ตรงกับการใช้งานมากขึ้น


2. บูธขายสินค้าต้องเห็นสินค้าและราคาได้ง่าย

ผู้เข้าชมงานมักใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการตัดสินใจว่าจะหยุดดูบูธหรือเดินผ่าน ดังนั้นบูธขายสินค้าควรทำให้ลูกค้าเข้าใจได้ทันทีว่า

  • ขายสินค้าอะไร
  • สินค้าเด่นคือรุ่นไหน
  • ราคาเริ่มต้นเท่าไร
  • มีโปรโมชั่นอะไร
  • สามารถทดลองหรือซื้อได้ตรงไหน

ไม่ควรวางสินค้าจำนวนมากจนดูแน่นหรือหาสินค้าไม่เจอ ควรแบ่งเป็นหมวดหมู่ พร้อมติดป้ายราคาให้ชัดเจน และนำสินค้าขายดีหรือสินค้าที่ต้องการผลักดันมาไว้ในระดับสายตา


3. บูธประชาสัมพันธ์ต้องสื่อสารตัวตนของแบรนด์

บูธประชาสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องวางสินค้าเต็มพื้นที่ แต่ต้องทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจว่าแบรนด์ทำอะไร และแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร

องค์ประกอบที่มักใช้ภายในบูธ ได้แก่

  • โลโก้ขนาดใหญ่ที่มองเห็นจากระยะไกล
  • ข้อความสรุปบริการแบบสั้นและเข้าใจง่าย
  • หน้าจอวิดีโอหรือ Presentation
  • ตัวอย่างผลงานหรือกรณีศึกษา
  • โมเดลจำลองหรือสินค้าตัวอย่าง
  • QR Code สำหรับดาวน์โหลดข้อมูล
  • จุดลงทะเบียนหรือเก็บรายชื่อผู้สนใจ

เนื้อหาบนบูธควรอ่านจบได้เร็ว ไม่ควรนำข้อความจากโบรชัวร์ทั้งหมดมาใส่บนผนัง เพราะผู้เข้าชมส่วนใหญ่จะไม่หยุดอ่านข้อความยาว ๆ


4. Booth Flow ของทั้งสองประเภทไม่เหมือนกัน

Booth Flow คือเส้นทางที่ผู้เข้าชมใช้เดินภายในบูธ ตั้งแต่เข้ามาจนถึงออกจากพื้นที่

Flow สำหรับบูธขายสินค้า

รูปแบบที่เหมาะสมคือ

มองเห็นสินค้า → เลือกสินค้า → ทดลองหรือสอบถาม → ชำระเงิน → รับสินค้า

ควรหลีกเลี่ยงการวางเคาน์เตอร์ขวางทางเข้า เพราะอาจทำให้บูธดูปิดและลูกค้าไม่กล้าเดินเข้ามา

หากมีสินค้าหลายรายการ ควรแบ่งโซนให้ชัด เช่น สินค้าใหม่ สินค้าขายดี และสินค้าโปรโมชั่น

Flow สำหรับบูธประชาสัมพันธ์

รูปแบบที่เหมาะสมคือ

เห็นข้อความหลัก → สนใจข้อมูล → ชมสื่อหรือสินค้าตัวอย่าง → พูดคุยกับพนักงาน → ลงทะเบียน

พื้นที่พูดคุยควรอยู่ด้านใน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานอธิบายข้อมูลได้ต่อเนื่อง โดยไม่รบกวนผู้เข้าชมที่เดินผ่านบริเวณหน้าบูธ


5. เคาน์เตอร์ของบูธขายและบูธประชาสัมพันธ์มีหน้าที่ต่างกัน

ในบูธขายสินค้า เคาน์เตอร์มักใช้สำหรับคิดเงิน แพ็กสินค้า และจัดเก็บอุปกรณ์ จึงควรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับเครื่องชำระเงิน ถุงสินค้า และพื้นที่วางของชั่วคราว

ส่วนเคาน์เตอร์ของบูธประชาสัมพันธ์มักใช้สำหรับต้อนรับ แจกเอกสาร สแกน QR Code หรือรับลงทะเบียน จึงควรดูเปิดกว้างและไม่สูงจนบดบังการพูดคุย

บางบูธอาจไม่จำเป็นต้องมีเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ การเลือกใช้เคาน์เตอร์ขนาดกะทัดรัดอาจช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้งานและทำให้บูธดูโปร่งขึ้น


6. การใช้ข้อความบนบูธควรต่างกัน

ข้อความสำหรับบูธขายสินค้า

ควรตรงประเด็นและกระตุ้นการตัดสินใจ เช่น

  • ลดราคาพิเศษเฉพาะในงาน
  • ซื้อครบ รับของแถม
  • ทดลองสินค้าได้ที่นี่
  • รุ่นใหม่ล่าสุด
  • ราคาพิเศษวันนี้เท่านั้น

ข้อความสำหรับบูธประชาสัมพันธ์

ควรสื่อสารคุณค่าหรือจุดเด่นของแบรนด์ เช่น

  • ลดต้นทุนการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ
  • เชื่อมข้อมูลทุกแผนกบนระบบเดียว
  • ออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับธุรกิจ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบ Real-Time

ข้อความหลักควรมีเพียงหนึ่งประเด็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้แม้เดินผ่านบูธในระยะเวลาไม่กี่วินาที


7. พื้นที่จัดเก็บของบูธขายสินค้าต้องเพียงพอ

บูธขายสินค้ามักมีสต็อกสินค้า ถุงบรรจุ กล่อง และอุปกรณ์จำนวนมาก หากไม่มีพื้นที่จัดเก็บที่เหมาะสม สิ่งของอาจถูกวางกองไว้หลังเคาน์เตอร์จนบูธดูรก

จึงควรออกแบบห้องเก็บของหรือตู้เก็บของแบบซ่อนให้เพียงพอตั้งแต่แรก โดยประเมินจากจำนวนสินค้าที่จะนำมาเติมระหว่างวัน

สำหรับบูธประชาสัมพันธ์ พื้นที่จัดเก็บอาจมีขนาดเล็กกว่า ใช้สำหรับเก็บโบรชัวร์ ของที่ระลึก และสัมภาระของพนักงานเป็นหลัก


8. แสงไฟควรช่วยสนับสนุนเป้าหมายของบูธ

บูธขายสินค้าควรใช้แสงที่ช่วยให้มองเห็นสี รายละเอียด และพื้นผิวของสินค้าได้ชัดเจน โดยเฉพาะเครื่องสำอาง เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือสินค้าที่ลูกค้าต้องพิจารณารายละเอียดก่อนซื้อ

ส่วนบูธประชาสัมพันธ์สามารถใช้แสงเพื่อสร้างบรรยากาศและเน้นภาพลักษณ์ เช่น ใช้ไฟส่องโลโก้ ผนังกราฟิก จุดจัดแสดง หรือพื้นที่ถ่ายภาพ

ไม่ควรใช้ไฟที่มืดเกินไปหรือเปลี่ยนสีของสินค้า เพราะอาจทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าไม่ตรงกับความเป็นจริง


9. วิธีวัดผลหลังจบงานควรต่างกัน

หลังจบงานควรประเมินผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไม่ควรใช้เพียงจำนวนคนที่เดินเข้าบูธเป็นตัวตัดสิน

ตัวชี้วัดบูธขายสินค้า

  • ยอดขายรวม
  • จำนวนรายการสั่งซื้อ
  • มูลค่าเฉลี่ยต่อบิล
  • สินค้าที่ขายดีที่สุด
  • จำนวนลูกค้าที่ทดลองสินค้า
  • จำนวนสมาชิกใหม่

ตัวชี้วัดบูธประชาสัมพันธ์

  • จำนวนผู้ลงทะเบียน
  • จำนวนรายชื่อลูกค้าที่มีคุณภาพ
  • จำนวนการนัดหมายหลังงาน
  • จำนวนการสแกน QR Code
  • จำนวนผู้ชมสาธิตสินค้า
  • จำนวนพันธมิตรหรือตัวแทนที่สนใจ

บูธเดียวสามารถขายสินค้าและประชาสัมพันธ์พร้อมกันได้หรือไม่?

สามารถทำได้ แต่ต้องกำหนดสัดส่วนพื้นที่ให้เหมาะสม เช่น ใช้พื้นที่ด้านหน้าสำหรับแสดงสินค้าและโปรโมชั่น ส่วนพื้นที่ด้านในใช้สำหรับพูดคุย แนะนำแบรนด์ หรือรับลงทะเบียน

หลักสำคัญคือไม่ควรนำทุกอย่างมาใส่ในพื้นที่เดียวกันจนผู้เข้าชมไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ

ตัวอย่างการแบ่งพื้นที่สำหรับบูธแบบผสม ได้แก่

โซนหน้าที่
ด้านหน้าบูธแสดงสินค้าหรือโปรโมชั่น
ด้านข้างทดลองสินค้าและสาธิต
ด้านในพูดคุยและให้ข้อมูล
ด้านหลังเก็บสินค้าและอุปกรณ์
จุดทางออกชำระเงินหรือลงทะเบียน

ควรเลือกทำบูธประเภทไหนดี?

หากสินค้าของคุณตัดสินใจซื้อได้ง่าย ราคาไม่สูง และสามารถซื้อกลับได้ทันที บูธขายสินค้าจะตอบโจทย์มากกว่า

แต่หากสินค้าหรือบริการมีรายละเอียดมาก ราคาสูง ต้องใช้เวลาพิจารณา หรือมีขั้นตอนการเสนอราคา บูธประชาสัมพันธ์และเก็บข้อมูลลูกค้าจะเหมาะสมกว่า

สำหรับธุรกิจบางประเภท การออกแบบบูธแบบผสมอาจให้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยใช้บูธสร้างความสนใจ เก็บรายชื่อ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าทดลองสินค้าหรือซื้อสินค้าบางรายการภายในงาน


สรุป

ความแตกต่างระหว่างบูธขายสินค้าและบูธประชาสัมพันธ์ไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากเป้าหมายและพฤติกรรมที่ต้องการให้ผู้เข้าชมทำภายในบูธ

บูธขายสินค้าควรช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้า เลือกสินค้า และชำระเงินได้ง่าย ส่วนบูธประชาสัมพันธ์ควรช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจแบรนด์ สนใจข้อมูล และพร้อมพูดคุยต่อหลังจบงาน

ก่อนเริ่มออกแบบหรือจ้างบริษัทรับทำบูธ ควรแจ้งเป้าหมาย ประเภทสินค้า จำนวนผู้ใช้งาน และกิจกรรมภายในบูธให้ชัดเจน เพื่อให้พื้นที่ทุกส่วนสนับสนุนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง


FAQ: คำถามที่พบบ่อย

บูธขายสินค้าควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

ควรมีพื้นที่แสดงสินค้า ป้ายราคา จุดทดลองสินค้า เคาน์เตอร์ชำระเงิน พื้นที่เก็บสต็อก และทางเดินที่ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าได้สะดวก

บูธประชาสัมพันธ์จำเป็นต้องมีสินค้าจริงหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป สามารถใช้โมเดล วิดีโอ หน้าจอ ตัวอย่างวัสดุ หรือกรณีศึกษาแทนได้ แต่หากมีสินค้าจริงให้ทดลอง จะช่วยให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้ง่ายขึ้น

บูธขนาดเล็กสามารถแบ่งโซนได้หรือไม่?

สามารถแบ่งโซนได้โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง แสงไฟ หรือกราฟิกช่วยกำหนดพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องสร้างผนังกั้นทุกส่วน เพราะอาจทำให้บูธดูแคบ

ควรวางเคาน์เตอร์ไว้หน้าบูธหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากเป็นเคาน์เตอร์ต้อนรับขนาดเล็กสามารถวางด้านหน้าได้ แต่ไม่ควรวางขวางทางเข้า ส่วนเคาน์เตอร์ชำระเงินควรอยู่ด้านข้างหรือใกล้ทางออก

บูธขายสินค้าควรใช้พื้นที่เปิดกี่ด้าน?

พื้นที่เปิด 2–3 ด้านช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่าย แต่ต้องจัดชั้นวางให้ควบคุมการเดินและดูแลสินค้าได้สะดวกด้วย

บูธประชาสัมพันธ์ควรมีพื้นที่นั่งคุยหรือไม่?

ควรมี หากสินค้าหรือบริการต้องอธิบายรายละเอียด ใช้เวลาตัดสินใจ หรือมีการเสนอราคา แต่สำหรับบูธขนาดเล็กอาจใช้โต๊ะสูงหรือจุดพูดคุยแบบยืนแทนได้

ทำอย่างไรให้บูธขายสินค้าไม่ดูเหมือนร้านค้าทั่วไป?

ควรผสมผสาน Brand Identity ผ่านสี โลโก้ รูปแบบชั้นวาง แสงไฟ และเรื่องราวของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้พร้อมกับการเลือกซื้อสินค้า

ควรเลือกบริษัทรับทำบูธจากอะไร?

ควรพิจารณาจากประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา ความเข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ ความสามารถในการออกแบบพื้นที่จริง คุณภาพวัสดุ และการดูแลตั้งแต่ผลิตจนถึงติดตั้งหน้างาน


#บูธขายสินค้า #บูธประชาสัมพันธ์ #ออกแบบบูธ #รับทำบูธ #รับออกแบบบูธ #บูธแสดงสินค้า #บูธงานแสดงสินค้า #ExhibitionBooth #TradeShowBooth #CustomBooth #BoothDesign #BoothFlow #ออกแบบพื้นที่ขาย #จัดบูธขายของ #บริษัทรับทำบูธ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ คลิกที่นี่ 👈
บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ บูธ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn

More Posts

Zoho CRM CRM

5 KPI สำคัญที่ควรมีใน Dashboard Zoho CRM สำหรับผู้บริหารและทีมขาย

รู้จัก 5 KPI สำคัญที่ควรแสดงบน Dashboard Zoho CRM เพื่อช่วยผู้บริหารและทีมขายติดตามยอดขาย วิเคราะห์ Pipeline วัดประสิทธิภาพทีม และคาดการณ์รายได้ได้อย่างแม่นยำ พร้อมตัวอย่าง Dashboard ที่ใช้งานได้จริง

Zoho CRM CRM

Zoho CRM เหมาะกับ SME มากกว่า CRM

Zoho CRM เหมาะกับ SME หรือไม่? เปรียบเทียบ Zoho CRM กับ CRM ยอดนิยมอื่น ๆ ทั้งด้านราคา ฟีเจอร์ การปรับแต่ง และความคุ้มค่า พร้อมคำแนะนำสำหรับธุรกิจไทยที่กำลังมองหาระบบ CRM ในปี 2026

รับออกแบบบูธเปิดตัวสินค้าใหม่ ต้องเน้นอะไรเป็นพิเศษ

การออกแบบบูธสำหรับเปิดตัวสินค้าใหม่ควรให้ความสำคัญกับ 5 เรื่องหลัก ได้แก่ การสื่อสารจุดเด่นของสินค้าให้เข้าใจได้เร็ว การจัดวางสินค้าให้เป็นจุดสนใจ การสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมได้ทดลองหรือมีส่วนร่วม การใช้แสง สี และกราฟิกให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ และการออกแบบพื้นที่ให้รองรับการขาย การเก็บข้อมูลลูกค้า รวมถึงการถ่ายภาพหรือทำคอนเทนต์ภายในงาน

รับทำบูธให้ใช้งานจริง ไม่ใช่แค่สวยในภาพ 3D

การรับทำบูธให้ใช้งานได้จริง ต้องออกแบบโดยคำนึงถึงมากกว่าความสวยงาม เช่น การไหลของผู้เข้าชม จุดรับลูกค้า พื้นที่จัดแสดงสินค้า พื้นที่เก็บของ ระบบไฟ ความแข็งแรงของโครงสร้าง และข้อกำหนดของผู้จัดงาน

ก่อนเริ่มผลิต ควรตรวจสอบแบบ 3D ควบคู่กับแบบก่อสร้าง รายละเอียดวัสดุ ขนาดพื้นที่จริง และรูปแบบการใช้งานของพนักงาน เพื่อป้องกันปัญหาบูธแคบ ของไม่มีที่เก็บ ไฟไม่พอ หรือใช้งานไม่สะดวกในวันจริง

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE