Checklist ก่อนออกแบบบูธงานแสดงสินค้า ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนเริ่มออกแบบบูธงานแสดงสินค้า ควรเตรียมข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เป้าหมายของการออกงาน ขนาดและตำแหน่งพื้นที่ งบประมาณ กลุ่มลูกค้า สินค้าที่ต้องการนำเสนอ องค์ประกอบภายในบูธ ระบบไฟฟ้า กฎของผู้จัดงาน และกำหนดเวลาติดตั้ง Checklist เหล่านี้ช่วยให้บริษัทรับออกแบบบูธสามารถพัฒนาแนวคิด วางผังพื้นที่ และประเมินราคาได้แม่นยำขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงจากการแก้แบบล่าช้าหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

Checklist ก่อนเริ่มออกแบบบูธสำหรับงานแสดงสินค้า ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

การออกแบบบูธสำหรับงานแสดงสินค้าไม่ควรเริ่มจากการเลือกสีหรือเลือกรูปทรงเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมาย วางแผนพื้นที่ ศึกษากฎของผู้จัดงาน และเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนส่งต่อให้ทีมออกแบบ

ยิ่งเตรียมข้อมูลชัดเจนมากเท่าไร แบบบูธที่ได้ก็ยิ่งตรงกับความต้องการ ควบคุมงบประมาณง่าย และลดปัญหาการแก้แบบหรือแก้หน้างานในภายหลัง


Checklist ก่อนเริ่มออกแบบบูธงานแสดงสินค้า

รายการที่ต้องเตรียมรายละเอียดที่ควรระบุเหตุผลที่สำคัญ
เป้าหมายของบูธสร้างแบรนด์ เปิดตัวสินค้า เก็บรายชื่อลูกค้า หรือปิดการขายช่วยกำหนดรูปแบบและฟังก์ชันของบูธ
ขนาดพื้นที่ความกว้าง ความลึก ความสูง และจำนวนด้านที่เปิดใช้วางผังและคำนวณพื้นที่ใช้งาน
ตำแหน่งบูธบูธมุม บูธหัวแถว บูธติดผนัง หรือบูธกลางมีผลต่อทิศทางการเข้าถึงและการมองเห็น
งบประมาณงบออกแบบ ผลิต ติดตั้ง ระบบไฟ และอุปกรณ์เสริมช่วยเลือกวัสดุและควบคุมขอบเขตงาน
กลุ่มเป้าหมายลูกค้าทั่วไป ผู้ซื้อองค์กร ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้บริหารช่วยกำหนดภาพลักษณ์และรูปแบบการสื่อสาร
สินค้าที่จัดแสดงจำนวน ขนาด น้ำหนัก และวิธีสาธิตสินค้าใช้ออกแบบชั้นวาง ฐานโชว์ และพื้นที่สาธิต
Brand Identityโลโก้ สี ฟอนต์ Key Visual และข้อความหลักทำให้บูธสอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์
ฟังก์ชันภายในเคาน์เตอร์ ห้องเก็บของ ห้องประชุม หรือจุดลงทะเบียนช่วยจัดสรรพื้นที่ได้เหมาะสม
ระบบไฟฟ้าจำนวนปลั๊ก กำลังไฟ จอ LED เครื่องจักร และแสงสว่างป้องกันระบบไฟไม่เพียงพอในวันงาน
กฎของผู้จัดงานข้อจำกัดความสูง วัสดุ เวลาเข้าออก และการแขวนโครงสร้างลดความเสี่ยงที่แบบจะไม่ผ่านอนุมัติ
กำหนดเวลาวันส่งแบบ วันอนุมัติ วันผลิต และวันติดตั้งช่วยควบคุมโครงการไม่ให้ล่าช้า
การใช้งานหลังจบงานรื้อทิ้ง เก็บไว้ใช้ซ้ำ หรือดัดแปลงสำหรับงานถัดไปมีผลต่อการเลือกโครงสร้างและวัสดุ

1. กำหนดเป้าหมายของการออกบูธให้ชัดเจน

คำถามแรกก่อนเริ่มออกแบบบูธคือ “แบรนด์ต้องการอะไรจากงานนี้?”

แต่ละเป้าหมายต้องการรูปแบบบูธที่แตกต่างกัน เช่น

  • ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ ควรเน้นโลโก้ สี และจุดดึงดูดสายตา
  • ต้องการเปิดตัวสินค้า ควรมีพื้นที่สาธิตและจอแสดงข้อมูล
  • ต้องการเก็บรายชื่อลูกค้า ควรมีจุดลงทะเบียนหรือสแกน QR Code
  • ต้องการเจรจาธุรกิจ ควรมีพื้นที่ประชุมที่เป็นส่วนตัว
  • ต้องการขายสินค้า ควรจัดทางเดินและจุดชำระเงินให้ใช้งานสะดวก

การกำหนดเป้าหมายตั้งแต่ต้นช่วยให้การออกแบบไม่หลุดไปเน้นเพียงความสวยงาม แต่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้จริง

2. ตรวจสอบขนาดพื้นที่และตำแหน่งบูธ

แม้บูธจะมีขนาดเท่ากัน แต่ตำแหน่งที่ต่างกันสามารถทำให้แนวทางการออกแบบเปลี่ยนไปอย่างมาก

รูปแบบพื้นที่บูธที่พบได้บ่อย

รูปแบบบูธลักษณะแนวทางการออกแบบ
บูธเปิด 1 ด้านอยู่ติดกับบูธข้างเคียงและผนังด้านหลังเน้นด้านหน้าให้โดดเด่นและเปิดรับคน
บูธเปิด 2 ด้านมักเป็นบูธหัวมุมออกแบบทางเข้าได้สองทิศทาง
บูธเปิด 3 ด้านมีพื้นที่เข้าถึงได้หลายทางควรทำผังให้โปร่งและมองเห็นสินค้าได้ชัด
บูธเกาะกลางเปิดทั้ง 4 ด้านต้องออกแบบให้ดึงดูดจากทุกทิศทาง

ก่อนส่งงานให้บริษัทรับออกแบบบูธ ควรมี Floor Plan จากผู้จัดงาน พร้อมระบุตำแหน่งเสา ทางหนีไฟ จุดจ่ายไฟ และบูธที่อยู่ใกล้เคียง

3. กำหนดงบประมาณให้ครอบคลุมทุกส่วน

งบประมาณสำหรับบูธไม่ได้มีเพียงค่าผลิตโครงสร้าง แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น เช่น

  • ค่าออกแบบและเขียนแบบ
  • ค่าผลิตโครงสร้างบูธ
  • ค่าพื้น ผนัง ฝ้า และงานตกแต่ง
  • ค่าเฟอร์นิเจอร์
  • ค่าไฟฟ้าและระบบแสง
  • ค่าจอภาพหรืออุปกรณ์มัลติมีเดีย
  • ค่าขนส่งและติดตั้ง
  • ค่ารื้อถอน
  • ค่าบริการของผู้จัดงาน
  • ค่าฝากเก็บวัสดุหลังจบงาน

ควรแจ้งงบประมาณที่สามารถใช้ได้จริงแก่ทีมออกแบบ เพื่อให้เลือกวัสดุและเสนอแนวคิดที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น

4. ระบุกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสื่อสาร

บูธที่ออกแบบสำหรับผู้ซื้อระดับองค์กรอาจมีบรรยากาศต่างจากบูธสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

ตัวอย่างเช่น บูธ B2B มักให้ความสำคัญกับพื้นที่พูดคุย ข้อมูลสินค้า และความน่าเชื่อถือ ขณะที่บูธ B2C อาจเน้นกิจกรรม จุดถ่ายรูป โปรโมชั่น และการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์

ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ควรแจ้งทีมออกแบบ ได้แก่

  • ช่วงอายุ
  • ตำแหน่งงาน
  • ประเภทธุรกิจ
  • พฤติกรรมการเลือกซื้อ
  • ปัญหาที่ลูกค้าต้องการแก้
  • ระยะเวลาที่คาดว่าลูกค้าจะอยู่ภายในบูธ

5. เตรียมข้อมูลสินค้าและบริการให้ครบ

หากภายในบูธมีการจัดแสดงสินค้า ควรแจ้งจำนวน ขนาด น้ำหนัก และวิธีใช้งานของสินค้าแต่ละชิ้น

สินค้าบางประเภทอาจต้องใช้ฐานรับน้ำหนัก ชั้นวางเฉพาะ ระบบล็อก หรือพื้นที่สาธิตเพิ่มเติม เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์อุตสาหกรรม เครื่องสำอาง อาหาร หรือสินค้าที่ต้องใช้ไฟฟ้า

Checklist ข้อมูลสินค้าเบื้องต้น ได้แก่

  • จำนวนสินค้าที่นำมาแสดง
  • ขนาดและน้ำหนักสินค้า
  • สินค้าหลักที่ต้องการเน้น
  • วิธีการวางหรือแขวนสินค้า
  • ต้องมีการทดลองหรือสาธิตหรือไม่
  • ต้องใช้ไฟฟ้า น้ำ ลม หรือระบบระบายอากาศหรือไม่
  • ต้องมีพื้นที่สำรองสินค้าเท่าไร

6. เตรียม Brand Guideline และสื่อประชาสัมพันธ์

เพื่อให้การออกแบบบูธสอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ ควรเตรียมไฟล์และข้อมูลต่อไปนี้

  • โลโก้แบบไฟล์เวกเตอร์
  • รหัสสีของแบรนด์
  • ฟอนต์ที่ใช้งาน
  • Brand Guideline
  • Key Visual ของแคมเปญ
  • ภาพสินค้าแบบความละเอียดสูง
  • ข้อความหรือ Tagline หลัก
  • QR Code เว็บไซต์หรือช่องทางติดต่อ
  • วิดีโอสำหรับจอแสดงผล

ควรหลีกเลี่ยงการใส่ข้อความจำนวนมากบนผนังบูธ เพราะผู้เข้าชมส่วนใหญ่มองบูธเพียงไม่กี่วินาทีก่อนตัดสินใจว่าจะเดินเข้าหรือเดินผ่าน

7. วางแผนฟังก์ชันภายในบูธ

บูธที่สวยแต่ใช้งานไม่สะดวกอาจทำให้ทีมขายทำงานยากและลูกค้าไม่อยากอยู่ภายในบูธนาน

ฟังก์ชันที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • เคาน์เตอร์ต้อนรับ
  • จุดลงทะเบียน
  • พื้นที่แสดงสินค้า
  • พื้นที่สาธิต
  • จุดถ่ายภาพ
  • ห้องประชุม
  • ห้องเก็บของ
  • Pantry
  • จุดเก็บของแจก
  • พื้นที่สำหรับพนักงาน
  • จุดวางจอ LED หรือโทรทัศน์

ควรจัดทางเดินให้ไม่แคบเกินไป และไม่วางเคาน์เตอร์หรือเฟอร์นิเจอร์ขวางทางเข้าสำคัญ

8. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบูธ

ระบบไฟฟ้าเป็นหนึ่งในหัวข้อที่มักเกิดปัญหาหน้างาน หากไม่ได้วางแผนตั้งแต่แรก

ควรทำรายการอุปกรณ์ที่ใช้ไฟทั้งหมด เช่น

  • จอ LED
  • โทรทัศน์
  • คอมพิวเตอร์
  • ตู้เย็น
  • เครื่องชงกาแฟ
  • ไฟส่องสินค้า
  • เครื่องจักรสาธิต
  • ป้ายไฟ
  • จุดชาร์จโทรศัพท์

จากนั้นจึงคำนวณกำลังไฟและจำนวนปลั๊กที่ต้องใช้ พร้อมตรวจสอบประเภทไฟที่ผู้จัดงานสามารถให้บริการได้

9. ศึกษากฎและข้อจำกัดของผู้จัดงาน

แต่ละงานมีกฎการออกแบบและติดตั้งบูธไม่เหมือนกัน เช่น

  • ความสูงสูงสุดของบูธ
  • ระยะร่นจากบูธข้างเคียง
  • ข้อกำหนดเรื่องผนังทึบ
  • ข้อกำหนดของบูธสองชั้น
  • น้ำหนักที่พื้นอาคารรองรับ
  • วัสดุที่อนุญาตให้ใช้
  • เอกสารรับรองวัสดุกันไฟ
  • การแขวนป้ายหรือโครงสร้างจากเพดาน
  • เวลาเข้าติดตั้งและรื้อถอน
  • การขออนุมัติแบบก่อนผลิต

การส่งคู่มือผู้แสดงสินค้าให้ทีมรับออกแบบบูธตั้งแต่ต้น ช่วยให้ผู้ออกแบบตรวจสอบข้อจำกัดและลดการแก้แบบภายหลัง

10. วาง Timeline สำหรับการออกแบบและผลิต

ไม่ควรรอจนใกล้วันงานแล้วจึงเริ่มออกแบบ เพราะบางโครงการต้องใช้เวลาหลายขั้นตอน ทั้งการพัฒนาแนวคิด แก้ไขแบบ ขออนุมัติ ผลิต และติดตั้ง

ตัวอย่าง Timeline การทำบูธ

ช่วงเวลางานที่ควรดำเนินการ
8–12 สัปดาห์ก่อนงานกำหนดเป้าหมาย งบประมาณ และคัดเลือกบริษัทออกแบบ
6–8 สัปดาห์ก่อนงานพัฒนา Concept และแบบ 3D
4–6 สัปดาห์ก่อนงานสรุปแบบ วัสดุ ราคา และส่งอนุมัติกับผู้จัดงาน
2–4 สัปดาห์ก่อนงานเริ่มผลิตโครงสร้างและงานกราฟิก
1 สัปดาห์ก่อนงานตรวจสอบสินค้า อุปกรณ์ และแผนติดตั้ง
วันติดตั้งตรวจงานระบบไฟ โครงสร้าง กราฟิก และความเรียบร้อย
หลังจบงานรื้อถอน ประเมินผล และจัดเก็บวัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำ

Timeline อาจเปลี่ยนแปลงตามขนาดและความซับซ้อนของบูธ แต่การเริ่มเตรียมงานเร็วจะช่วยให้มีเวลาตรวจสอบรายละเอียดมากขึ้น

11. พิจารณาว่าบูธต้องนำกลับมาใช้ซ้ำหรือไม่

หากแบรนด์มีแผนออกงานหลายครั้ง ควรแจ้งผู้ออกแบบตั้งแต่ต้นว่าต้องการนำบูธหรือบางส่วนกลับมาใช้ซ้ำ

การออกแบบบูธแบบ Modular หรือใช้โครงสร้างที่ถอดประกอบได้ อาจช่วยลดต้นทุนในระยะยาว แต่ต้องพิจารณาค่าขนส่ง ค่าฝากเก็บ และความเหมาะสมกับพื้นที่ของแต่ละงานด้วย

รูปแบบการใช้งานเหมาะกับข้อควรพิจารณา
บูธใช้ครั้งเดียวงานสำคัญที่ต้องการดีไซน์เฉพาะอิสระด้านรูปแบบ แต่มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูง
บูธใช้ซ้ำบางส่วนแบรนด์ที่ออกงานปีละหลายครั้งนำเคาน์เตอร์ ป้าย หรือชั้นวางกลับมาใช้ได้
บูธ Modularงานที่มีขนาดพื้นที่เปลี่ยนแปลงบ่อยปรับขนาดง่าย แต่ดีไซน์อาจมีข้อจำกัด

12. เตรียมผู้รับผิดชอบและช่องทางอนุมัติงาน

ควรกำหนดผู้มีอำนาจตัดสินใจให้ชัดเจน เพื่อลดปัญหาการรับความคิดเห็นจากหลายฝ่ายจนแบบเปลี่ยนไปมา

ข้อมูลที่ควรตกลงภายในทีม ได้แก่

  • ใครเป็นผู้สรุปข้อมูลให้บริษัทออกแบบ
  • ใครเป็นผู้อนุมัติแบบ
  • ใครอนุมัติงบประมาณ
  • ใครตรวจสอบข้อความและงานกราฟิก
  • ใครเป็นผู้ประสานงานในวันติดตั้ง
  • ใครรับมอบบูธก่อนเปิดงาน

เมื่อกระบวนการอนุมัติชัดเจน งานจะเดินหน้าได้เร็วและลดโอกาสผลิตผิดจากแบบที่ตกลงกัน


สรุป Checklist ก่อนเริ่มออกแบบบูธ

ก่อนติดต่อบริษัทรับออกแบบบูธ ควรเตรียมข้อมูลหลักให้ครบ 7 เรื่อง ได้แก่ เป้าหมาย ขนาดพื้นที่ งบประมาณ กลุ่มเป้าหมาย สินค้าที่จัดแสดง ฟังก์ชันการใช้งาน และกฎของผู้จัดงาน

นอกจากนี้ควรเตรียม Brand Guideline ระบบไฟฟ้า Timeline และแผนการนำบูธกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อให้ทีมออกแบบสามารถวางแนวคิดและประเมินราคาได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

การเตรียม Checklist ที่ดีไม่ได้ช่วยแค่ลดเวลาในการออกแบบ แต่ยังช่วยควบคุมงบประมาณ ลดความผิดพลาดหน้างาน และทำให้บูธสามารถสื่อสารแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบบูธงานแสดงสินค้า

ควรเริ่มออกแบบบูธก่อนวันงานกี่เดือน?

โดยทั่วไปควรเริ่มเตรียมข้อมูลและออกแบบล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน หากเป็นบูธขนาดใหญ่ มีโครงสร้างพิเศษ หรือมีระบบมัลติมีเดีย ควรเริ่มเร็วกว่านั้นเพื่อให้มีเวลาแก้ไขและขออนุมัติแบบ

ก่อนขอใบเสนอราคาออกแบบบูธต้องเตรียมอะไร?

ควรเตรียมขนาดพื้นที่ Floor Plan ตำแหน่งบูธ งบประมาณ รูปแบบที่ชอบ สินค้าที่จัดแสดง ฟังก์ชันที่ต้องการ และวันติดตั้ง เพื่อให้บริษัทสามารถประเมินราคาได้ใกล้เคียงงานจริง

งบออกแบบบูธควรรวมค่าอะไรบ้าง?

ควรรวมค่าออกแบบ ผลิต ติดตั้ง รื้อถอน ขนส่ง ระบบไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ กราฟิก จอแสดงผล และค่าบริการเพิ่มเติมจากผู้จัดงาน

บูธขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้บริษัทออกแบบหรือไม่?

แม้เป็นบูธขนาดเล็ก การใช้ทีมออกแบบช่วยให้จัดพื้นที่ได้คุ้มค่า สื่อสารแบรนด์ชัดเจน และลดปัญหาเรื่องโครงสร้าง ระบบไฟ และการติดตั้งได้

ออกแบบบูธสวยอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?

ไม่เพียงพอ บูธที่ดีควรสวย ใช้งานสะดวก มองเห็นแบรนด์ชัด รองรับจำนวนผู้เข้าชม และช่วยให้ทีมขายหรือทีมการตลาดทำงานได้ง่ายขึ้น

บูธแบบ Custom Made กับบูธสำเร็จรูปต่างกันอย่างไร?

บูธแบบ Custom Made สามารถออกแบบรูปทรง วัสดุ และฟังก์ชันตามแบรนด์ได้มากกว่า ส่วนบูธสำเร็จรูปติดตั้งเร็วและควบคุมงบง่าย แต่มีข้อจำกัดด้านรูปแบบและการสร้างเอกลักษณ์

ต้องส่งแบบบูธให้ผู้จัดงานอนุมัติหรือไม่?

งานแสดงสินค้าส่วนใหญ่กำหนดให้ส่งแบบแปลน มุมมอง 3D รายละเอียดโครงสร้าง และระบบไฟฟ้าให้ตรวจสอบก่อนผลิต โดยเฉพาะบูธที่มีความสูงหรือโครงสร้างพิเศษ

ควรเลือกบริษัทรับออกแบบบูธจากอะไร?

ควรพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา ความเข้าใจด้านโครงสร้าง ประสบการณ์ติดตั้งในสถานที่จัดงาน ความชัดเจนของใบเสนอราคา การควบคุมเวลา และบริการดูแลระหว่างติดตั้ง


#ออกแบบบูธ #รับออกแบบบูธ #รับทำบูธ #บูธงานแสดงสินค้า #บูธแสดงสินค้า #ExhibitionBooth #BoothDesign #EventMarketing #งานแสดงสินค้า #ออกแบบพื้นที่

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ คลิกที่นี่ 👈
บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ บูธ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn

More Posts

Zoho CRM CRM

Lead Management ใน Zoho CRM คืออะไร?

Lead Management ใน Zoho CRM คืออะไร? เรียนรู้ขั้นตอนการจัดการลีด ตั้งแต่รับข้อมูลลูกค้า คัดกรอง ติดตาม และเปลี่ยนเป็นโอกาสการขาย พร้อมประโยชน์ ฟีเจอร์ และแนวทางใช้งานสำหรับธุรกิจไทย

Zoho CRM CRM

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ CRM?

ทำไมธุรกิจยุคใหม่ต้องใช้ CRM? เรียนรู้ประโยชน์ของระบบ CRM ที่ช่วยจัดการลูกค้า เพิ่มยอดขาย ลดงานซ้ำซ้อน และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า พร้อมแนวทางเลือก CRM ให้เหมาะกับธุรกิจ

รับออกแบบบูธ งานแฟร์ งานอีเวนต์ และงานอุตสาหกรรม

บริการ รับออกแบบบูธ คือการวางแผนพื้นที่จัดแสดงสินค้าให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ วัตถุประสงค์ของงาน และพฤติกรรมของผู้เข้าชม ไม่ว่าจะเป็นงานแฟร์ งานอีเวนต์ หรืองานอุตสาหกรรม การออกแบบบูธที่ดีควรช่วยดึงดูดสายตา สื่อสารจุดเด่นของธุรกิจ และทำให้ลูกค้าสามารถเข้าชมสินค้า พูดคุย หรือทดลองผลิตภัณฑ์ได้สะดวก

บูธ Custom Made คืออะไร? เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

บูธแบบ Custom Made เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการออกแบบบูธให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์ รูปแบบสินค้า ขนาดพื้นที่ และวัตถุประสงค์ของการออกงานโดยเฉพาะ เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่ การสร้าง Brand Awareness การเจรจาธุรกิจ หรือการดึงดูดผู้เข้าชมให้หยุดภายในบูธ

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE