Blueprint ใน Zoho CRM คืออะไร?

Blueprint ใน Zoho CRM คืออะไร? เรียนรู้วิธีใช้ Blueprint เพื่อกำหนด Workflow งานขาย งานบริการ และกระบวนการอนุมัติให้เป็นมาตรฐาน พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง ประโยชน์ และคำถามที่พบบ่อย

Blueprint ใน Zoho CRM คืออะไร? เปลี่ยน Workflow ที่ซับซ้อนให้เป็นขั้นตอนที่ทุกคนทำตามได้

Blueprint ใน Zoho CRM คือฟีเจอร์สำหรับกำหนดลำดับขั้นตอนการทำงาน (Workflow Process Management) ภายใน CRM เพื่อให้ทุกคนในองค์กรดำเนินงานตามกระบวนการเดียวกัน ตั้งแต่การรับ Lead การติดต่อลูกค้า การส่งใบเสนอราคา การอนุมัติ ไปจนถึงการปิดการขายหรือการให้บริการหลังการขาย

Blueprint ช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยตนเอง (Manual Process) และทำให้ผู้จัดการสามารถติดตามได้ว่าแต่ละดีลหรืองานอยู่ในขั้นตอนไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และต้องดำเนินการอะไรต่อไป

ธุรกิจที่มีขั้นตอนการทำงานหลายระดับหรือมีทีมหลายฝ่ายมักใช้ Blueprint เพื่อสร้างมาตรฐานในการทำงาน ลดงานตกหล่น และเพิ่มความโปร่งใสในการติดตามงาน


Blueprint ใน Zoho CRM คืออะไร?

Blueprint เป็นเครื่องมือที่ช่วยกำหนด Workflow ตามกระบวนการจริงของธุรกิจ โดยสามารถบังคับให้ผู้ใช้งานดำเนินการตามลำดับที่กำหนดไว้ ไม่สามารถข้ามขั้นตอนสำคัญได้หากยังทำเงื่อนไขไม่ครบ

ตัวอย่างเช่น

  • ต้องโทรหาลูกค้าก่อน จึงจะเปลี่ยนสถานะเป็น “ติดตามผล”
  • ต้องอัปโหลดใบเสนอราคาก่อน จึงจะส่งต่อให้ผู้จัดการอนุมัติ
  • ต้องได้รับการอนุมัติแล้ว จึงจะสามารถปิดการขายได้

ทั้งหมดนี้สามารถกำหนดได้ผ่าน Blueprint โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม

Zoho CRM
CRM
Bluprint

Blueprint ทำงานอย่างไร?

Blueprint จะทำงานโดยอ้างอิงจากองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน

องค์ประกอบความหมาย
Stateสถานะปัจจุบันของงาน เช่น Lead ใหม่, เสนอราคา, รออนุมัติ
Transitionการเปลี่ยนจากสถานะหนึ่งไปอีกสถานะหนึ่ง
Validation & Actionเงื่อนไขและการดำเนินการที่ต้องทำก่อนเปลี่ยนสถานะ

เมื่อผู้ใช้งานกดเปลี่ยนสถานะ ระบบสามารถตรวจสอบข้อมูล บังคับกรอกฟิลด์ หรือเรียกใช้ Automation ได้ทันที


Blueprint แตกต่างจาก Workflow อย่างไร?

หลายคนมักสับสนระหว่าง Blueprint และ Workflow เพราะทั้งสองช่วยให้งานเป็นระบบ แต่มีหน้าที่ต่างกัน

เปรียบเทียบBlueprintWorkflow
ควบคุมลำดับขั้นตอน
บังคับให้ทำตามกระบวนการ
ส่งอีเมลอัตโนมัติ
อัปเดตข้อมูลอัตโนมัติ
เหมาะกับงานหลายขั้นตอนบางกรณี
ใช้กับ Approval Processรองรับบางส่วน

สรุปง่าย ๆ คือ Workflow เน้นการทำงานอัตโนมัติ ส่วน Blueprint เน้นการควบคุมกระบวนการทำงานให้เป็นมาตรฐาน


Blueprint ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

1. ควบคุมกระบวนการขาย (Sales Process)

เป็นการใช้งานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ตัวอย่างขั้นตอน

ขั้นตอน
Lead ใหม่
ติดต่อครั้งแรก
วิเคราะห์ความต้องการ
ส่งใบเสนอราคา
ต่อรองราคา
ปิดการขาย
ส่งมอบงาน

ผู้จัดการสามารถเห็นได้ทันทีว่าดีลแต่ละรายการอยู่ในขั้นตอนไหน และมีขั้นตอนใดที่ค้างอยู่


2. บริหาร Lead อย่างเป็นระบบ

แทนที่เซลส์แต่ละคนจะใช้วิธีการติดตามลูกค้าไม่เหมือนกัน Blueprint จะช่วยกำหนดมาตรฐาน เช่น

  • รับ Lead
  • โทรภายใน 24 ชั่วโมง
  • นัดหมาย
  • ส่งข้อมูลสินค้า
  • ติดตามผล
  • เปลี่ยนเป็น Opportunity

ทำให้ทุก Lead ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ


3. จัดการกระบวนการอนุมัติ

ธุรกิจที่ต้องมีการอนุมัติจากผู้บริหารสามารถใช้ Blueprint เพื่อกำหนดเงื่อนไข เช่น

  • ส่วนลดเกิน 15% ต้องได้รับการอนุมัติ
  • ใบเสนอราคาเกิน 500,000 บาท ต้องผ่านผู้จัดการฝ่ายขาย
  • การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายกฎหมาย

ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างมาตรฐานในการอนุมัติ


4. ควบคุมงานบริการหลังการขาย

Blueprint ไม่ได้จำกัดเฉพาะงานขาย แต่ยังใช้กับงานบริการลูกค้าได้ เช่น

  • รับแจ้งปัญหา
  • ตรวจสอบข้อมูล
  • มอบหมายเจ้าหน้าที่
  • ดำเนินการแก้ไข
  • ตรวจสอบผล
  • ปิดเคส

ทุกขั้นตอนสามารถกำหนดผู้รับผิดชอบและเงื่อนไขได้


5. เชื่อมต่อกับ Automation

Blueprint สามารถทำงานร่วมกับฟีเจอร์อื่นของ Zoho CRM ได้ เช่น

  • Workflow Rules
  • Email Notification
  • Task Creation
  • Field Update
  • Webhook
  • Custom Function
  • Approval Process

เมื่อเปลี่ยนสถานะ ระบบสามารถสร้างงาน ส่งอีเมล หรืออัปเดตข้อมูลให้อัตโนมัติ ลดงานที่ต้องทำซ้ำและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน


ตัวอย่าง Blueprint สำหรับทีมขาย

Stateสิ่งที่ต้องทำก่อนเปลี่ยนสถานะ
Lead ใหม่บันทึกข้อมูลลูกค้า
ติดต่อครั้งแรกบันทึกผลการโทร
นัดหมายระบุวันและเวลา
ส่งใบเสนอราคาแนบไฟล์ใบเสนอราคา
ต่อรองราคาบันทึกข้อเสนอ
ปิดการขายระบุมูลค่าดีลและวันที่ปิด

การกำหนดเงื่อนไขเช่นนี้ช่วยให้ข้อมูลใน CRM มีความครบถ้วนและพร้อมสำหรับการวิเคราะห์ในภายหลัง

Zoho CRM
CRM
Bluprint

ประโยชน์ของ Blueprint ใน Zoho CRM

ประโยชน์รายละเอียด
ลดความผิดพลาดทุกคนทำงานตามขั้นตอนเดียวกัน
ลดงานตกหล่นระบบแจ้งสิ่งที่ต้องทำก่อนเปลี่ยนสถานะ
เพิ่มความโปร่งใสผู้จัดการติดตามงานได้แบบเรียลไทม์
มาตรฐานเดียวกันทุกทีมใช้กระบวนการเดียวกัน
รองรับการเติบโตขยายทีมได้โดยไม่เสียมาตรฐาน
วิเคราะห์ข้อมูลได้ง่ายข้อมูลแต่ละขั้นตอนถูกบันทึกอย่างเป็นระบบ

ธุรกิจประเภทใดเหมาะกับ Blueprint?

Blueprint เหมาะกับธุรกิจที่มีขั้นตอนการทำงานหลายระดับ หรือมีการส่งต่องานระหว่างหลายแผนก

ประเภทธุรกิจตัวอย่างการใช้งาน
B2Bกระบวนการขายหลายขั้นตอน
โรงงานการอนุมัติใบเสนอราคาและคำสั่งซื้อ
บริษัทไอทีการติดตั้งและส่งมอบโครงการ
อสังหาริมทรัพย์ติดตาม Lead จอง ทำสัญญา โอนกรรมสิทธิ์
ประกันการออกกรมธรรม์และการต่ออายุ
บริษัทที่ปรึกษาการติดตามโครงการและอนุมัติงาน

ข้อควรพิจารณาก่อนสร้าง Blueprint

ก่อนเริ่มใช้งาน ควรออกแบบกระบวนการทำงานจริงขององค์กรให้ชัดเจน โดยตอบคำถามเหล่านี้

  • ขั้นตอนปัจจุบันของงานมีอะไรบ้าง?
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละช่วง?
  • มีเงื่อนไขใดที่ต้องตรวจสอบก่อนเปลี่ยนสถานะ?
  • จุดใดที่เกิดความล่าช้าหรือผิดพลาดบ่อย?
  • ข้อมูลใดจำเป็นต้องบันทึกในแต่ละขั้นตอน?

การวางแผนที่ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ Blueprint รองรับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการแก้ไขในอนาคต


แนวทางการออกแบบ Blueprint ให้ใช้งานได้จริง

Blueprint ที่ดีไม่ควรมีขั้นตอนมากเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกซับซ้อนและใช้ระบบได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

คำแนะนำคือ

  • ใช้ชื่อสถานะที่เข้าใจง่าย
  • กำหนด Transition ให้สอดคล้องกับการทำงานจริง
  • บังคับกรอกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
  • ทดสอบกับผู้ใช้งานจริงก่อนเปิดใช้งานทั้งองค์กร
  • ทบทวนและปรับปรุง Blueprint เมื่อกระบวนการทางธุรกิจเปลี่ยนแปลง

สรุป

Blueprint ใน Zoho CRM เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนกระบวนการทำงานขององค์กรให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตั้งแต่งานขาย งานบริการ ไปจนถึงการอนุมัติเอกสาร ช่วยลดความผิดพลาด ลดงานตกหล่น และเพิ่มความโปร่งใสในการติดตามงาน นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ Automation ต่าง ๆ ภายใน Zoho CRM เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากองค์กรต้องการยกระดับการบริหารงานด้วย Workflow ที่ชัดเจน Blueprint ถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ช่วยสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน


FAQ

Blueprint ใน Zoho CRM คืออะไร?

Blueprint คือฟีเจอร์สำหรับกำหนดลำดับขั้นตอนการทำงานภายใน Zoho CRM เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามกระบวนการเดียวกัน พร้อมกำหนดเงื่อนไขก่อนเปลี่ยนสถานะในแต่ละขั้นตอน


Blueprint ต่างจาก Workflow อย่างไร?

Workflow เน้นการทำงานอัตโนมัติ เช่น การส่งอีเมลหรืออัปเดตข้อมูล ส่วน Blueprint ใช้ควบคุมลำดับขั้นตอนการทำงานและบังคับให้ผู้ใช้งานดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนด


Blueprint เหมาะกับธุรกิจประเภทใด?

เหมาะกับธุรกิจที่มีขั้นตอนการขายหรือการให้บริการหลายระดับ เช่น ธุรกิจ B2B โรงงาน อสังหาริมทรัพย์ บริษัทไอที บริษัทที่ปรึกษา และธุรกิจที่ต้องมีการอนุมัติหลายขั้นตอน


Blueprint สามารถเชื่อมต่อกับระบบ Automation ได้หรือไม่?

ได้ สามารถทำงานร่วมกับ Workflow Rules, Approval Process, Email Notification, Task, Webhook และ Custom Function เพื่อให้กระบวนการทำงานเป็นอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น


การใช้ Blueprint ช่วยองค์กรได้อย่างไร?

ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการทำงาน ลดงานตกหล่น เพิ่มความโปร่งใสในการติดตามงาน ทำให้ข้อมูลใน CRM มีมาตรฐานเดียวกัน และช่วยให้ผู้บริหารตรวจสอบสถานะของงานได้แบบเรียลไทม์


#ZohoCRM #Blueprint #ZohoCRMBlueprint #Workflow #CRMWorkflow #SalesProcess #LeadManagement #CRMAutomation #BusinessProcess #DigitalTransformation #ZohoPartner #ระบบCRM #Zohoประเทศไทย #บริหารงานขาย #WorkflowAutomation #CRMสำหรับธุรกิจ #SalesManagement #Automation #BusinessEfficiency #CRMImplementation

➡️ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
➡️หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
➡️ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
Zoho CRM CRM Bluprint

More Posts

รับทำบูธงานแสดงสินค้า ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ก่อนเริ่มงาน

การทำบูธงานแสดงสินค้าให้ดูโดดเด่นและใช้งานได้จริง ไม่ได้เริ่มต้นจากการเลือกสีหรือรูปทรงของบูธเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการส่งข้อมูลให้ทีมออกแบบอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ขนาดพื้นที่ วัตถุประสงค์ งบประมาณ ไปจนถึงจำนวนสินค้าที่ต้องการนำมาจัดแสดง

ยิ่งข้อมูลชัดเจน บริษัทรับทำบูธงานแสดงสินค้าก็ยิ่งสามารถออกแบบ ประเมินราคา และวางแผนการผลิตได้แม่นยำ ลดการแก้แบบซ้ำ และช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายก่อนถึงวันจัดงาน

Zoho CRM CRM Forecast

Forecast ยอดขายใน Zoho CRM ทำอย่างไร?

เรียนรู้วิธีทำ Forecast ยอดขายใน Zoho CRM ตั้งแต่การตั้งค่า Pipeline, Deal Stage, Forecast Category ไปจนถึงการวิเคราะห์ยอดขายและคาดการณ์รายได้ เพื่อช่วยให้ทีมขายวางแผนได้แม่นยำและปิดการขายได้มากขึ้น

บูธงานแฟร์กับบูธงานอุตสาหกรรม ออกแบบต่างกันอย่างไร?

บูธงานแฟร์และบูธงานอุตสาหกรรมต่างมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดผู้เข้าชมและสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่มีวิธีออกแบบต่างกันอย่างชัดเจน บูธงานแฟร์มักเน้นความโดดเด่น เข้าถึงง่าย และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อภายในเวลาสั้น ๆ ส่วนบูธงานอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ การสาธิตสินค้า การอธิบายข้อมูลเชิงเทคนิค และพื้นที่พูดคุยธุรกิจ การออกแบบที่ดีจึงควรเริ่มจากประเภทผู้เข้าชม เป้าหมายของแบรนด์ ขนาดสินค้า และกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงภายในบูธ ไม่ควรเลือกดีไซน์จากความสวยเพียงอย่างเดียว

ไอเดียออกแบบบูธเปิดตัวสินค้าใหม่ ให้โดดเด่นสะดุดตา

บูธเปิดตัวสินค้าใหม่ควรมีสินค้าหลักเป็นจุดเด่น ใช้ข้อความสั้นที่อธิบายประโยชน์ของสินค้าได้ทันที และจัดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมสามารถดู ทดลอง หรือสัมผัสสินค้าได้สะดวก การใช้แสง สี จอภาพ และกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ขณะเดียวกันต้องมีพื้นที่พูดคุย เก็บข้อมูลลูกค้า และจัดเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้บูธสวยและรองรับการขายได้จริง

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE