Zoho CRM มีอะไรบ้าง? รู้จักทุก Module แบบเข้าใจง่าย

Zoho CRM มีอะไรบ้าง? ทำความรู้จัก Modules สำคัญใน Zoho CRM ตั้งแต่ Leads, Contacts, Accounts, Deals, Activities, Reports และ Dashboard พร้อมแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับธุรกิจ

หลายคนที่เริ่มต้นใช้ Zoho CRM มักเจอกับคำว่า Module เต็มไปหมด จนเกิดคำถามว่าแต่ละ Module คืออะไร และควรใช้อันไหนก่อน

ถ้าอธิบายแบบง่ายที่สุด Module ใน Zoho CRM คือพื้นที่สำหรับจัดเก็บและจัดการข้อมูลแต่ละประเภท โดยแต่ละ Module จะมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้าหากันเป็นกระบวนการเดียวได้

ตัวอย่างเช่น

Lead → Contact / Account → Deal → Follow-up → ปิดการขาย

ดังนั้น Zoho CRM ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเก็บรายชื่อลูกค้า แต่สามารถนำข้อมูลจากหลาย Module มาประกอบกันเป็นกระบวนการขายและการบริหารลูกค้าได้


Zoho CRM มี Module อะไรบ้าง?

Zoho CRM มี Modules สำหรับจัดการข้อมูลและกระบวนการขายหลายส่วน เช่น Leads, Contacts, Accounts, Deals, Activities, Reports, Dashboards และอื่น ๆ โดย Module ที่ใช้งานจริงและความสามารถที่มีให้เลือกอาจแตกต่างกันตาม Edition และการตั้งค่าขององค์กร

สำหรับคนเริ่มต้น สามารถมองโครงสร้างของ Zoho CRM แบบง่าย ๆ ได้ดังนี้

Moduleหน้าที่หลัก
Leadsจัดการผู้มุ่งหวังหรือลูกค้าใหม่
Contactsจัดเก็บข้อมูลบุคคลที่ติดต่อ
Accountsจัดเก็บข้อมูลบริษัทหรือองค์กร
Dealsติดตามโอกาสการขาย
Activitiesติดตามงาน นัดหมาย และการ Follow-up
Campaignsติดตามกิจกรรมทางการตลาด
Casesจัดการปัญหาและคำร้องของลูกค้าในระบบที่รองรับ
Solutionsจัดเก็บข้อมูลแนวทางแก้ไขปัญหา
Productsจัดการข้อมูลสินค้า
Price Booksจัดการราคาสินค้าหลายรูปแบบ
Vendorsจัดการข้อมูลผู้ขายหรือ Supplier
Quotesจัดการใบเสนอราคา
Sales Ordersจัดการคำสั่งซื้อ
Purchase Ordersจัดการใบสั่งซื้อ
Invoicesจัดการข้อมูลใบแจ้งหนี้ในส่วนที่ระบบรองรับ
Reportsวิเคราะห์ข้อมูล
Dashboardsสรุปข้อมูลเป็นภาพรวม
Forecastวิเคราะห์และคาดการณ์ยอดขาย

หมายเหตุ: รายการ Module และความสามารถบางส่วนอาจแตกต่างตาม Edition, การเปิดใช้ฟีเจอร์ และการตั้งค่าขององค์กร

Zoho CRM
CRM

1. Leads คืออะไร?

Leads คือ Module สำหรับเก็บข้อมูลผู้ที่มีโอกาสกลายเป็นลูกค้า

ตัวอย่างเช่น คนที่

  • กรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์
  • ติดต่อผ่าน Facebook
  • ส่ง Email เข้ามาสอบถาม
  • โทรเข้ามาสอบถามสินค้า
  • ขอใบเสนอราคา
  • ได้รายชื่อมาจากงาน Event

ข้อมูลเหล่านี้อาจยังไม่ใช่ “ลูกค้า” แต่เป็นผู้ที่มีความสนใจหรือมีโอกาสซื้อ

จึงสามารถนำเข้าสู่ Leads เพื่อให้ฝ่ายขายติดตามต่อ

ตัวอย่าง Workflow

Facebook Lead → Lead → โทรติดตาม → นัดคุย → สนใจสินค้า → Convert

เมื่อ Lead มีโอกาสทางธุรกิจมากพอ ก็สามารถเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปตามกระบวนการขององค์กร


2. Contacts คืออะไร?

Contacts คือข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือองค์กร

เช่น

  • ชื่อผู้ติดต่อ
  • ตำแหน่ง
  • Email
  • เบอร์โทรศัพท์
  • บริษัท
  • ประวัติการติดต่อ

ตัวอย่างเช่น บริษัท A มีผู้ติดต่อ 3 คน

  • คุณสมชาย — Purchasing
  • คุณสมหญิง — Accounting
  • คุณนัท — Managing Director

ทั้งหมดสามารถจัดเก็บเป็น Contacts และเชื่อมโยงกับ Account เดียวกันได้

นี่เป็นประโยชน์มากสำหรับธุรกิจ B2B เพราะหนึ่งบริษัทอาจไม่ได้มีผู้ติดต่อเพียงคนเดียว


3. Accounts คืออะไร?

Accounts ใช้สำหรับเก็บข้อมูลบริษัทหรือองค์กร

ตัวอย่าง

บริษัท ABC จำกัด

จาก Account นี้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น

ABC จำกัด → Contacts → Deals → Activities

ทำให้ฝ่ายขายมองเห็นความสัมพันธ์ของลูกค้าแต่ละบริษัทได้ชัดเจนขึ้น

Leads กับ Accounts ต่างกันอย่างไร?

LeadsAccounts
ผู้มุ่งหวังลูกค้าหรือองค์กรที่อยู่ในโครงสร้าง CRM
ยังอยู่ในขั้นคัดกรองมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับองค์กร
เหมาะกับการติดตามก่อนเป็นลูกค้าใช้จัดการบัญชีลูกค้าและองค์กร
อาจยังไม่ทราบรายละเอียดครบข้อมูลมีโครงสร้างมากขึ้น

4. Deals คืออะไร?

ถ้าธุรกิจต้องการติดตามว่า “ดีลนี้จะขายได้หรือไม่?” Module ที่สำคัญมากก็คือ Deals

Deals ใช้สำหรับติดตาม โอกาสการขาย

เช่น

บริษัท ABC สนใจซื้อสินค้า 500 ชิ้น มูลค่า 350,000 บาท

ฝ่ายขายสามารถสร้าง Deal เพื่อบันทึกข้อมูล เช่น

  • ชื่อลูกค้า
  • มูลค่าดีล
  • Sales Owner
  • Stage
  • วันที่คาดว่าจะปิดการขาย
  • คู่แข่ง
  • Probability
  • กิจกรรมที่ต้องติดตาม

5. Sales Pipeline คืออะไร?

Sales Pipeline เป็นภาพรวมของ Deals ที่กำลังเดินอยู่ในกระบวนการขาย

ตัวอย่าง

New Lead

Qualification

Meeting

Quotation

Negotiation

Closed Won / Closed Lost

ผู้จัดการฝ่ายขายสามารถมองเห็นได้ทันทีว่า

  • มี Deal อยู่กี่รายการ
  • แต่ละ Stage มีมูลค่าเท่าไร
  • Deal ไหนใกล้ปิด
  • Deal ไหนค้างนาน
  • Sales คนไหนมี Pipeline มาก

นี่เป็นหนึ่งในส่วนที่ทำให้ CRM แตกต่างจากการเก็บข้อมูลลูกค้าด้วย Spreadsheet แบบทั่วไป


6. Activities คืออะไร?

Activities ใช้จัดการงานและกิจกรรมที่ฝ่ายขายต้องทำ

เช่น

  • Call
  • Meeting
  • Task
  • Follow-up

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าบอกว่า

“ขอให้โทรกลับวันศุกร์”

Sales สามารถสร้าง Task ไว้ในระบบแทนการจดใส่กระดาษหรือโพสต์อิท

เมื่อถึงวันก็สามารถติดตามงานได้

ทำไม Activities ถึงสำคัญ?

เพราะ CRM ที่ดีไม่ควรตอบเพียงว่า

“ลูกค้าคือใคร?”

แต่ควรตอบต่อได้ด้วยว่า

“แล้วต้องทำอะไรต่อ?”


7. Campaigns คืออะไร?

Campaigns ใช้ติดตามกิจกรรมด้านการตลาด

ตัวอย่างเช่น

  • Email Marketing
  • งาน Exhibition
  • Webinar
  • Online Advertising
  • โปรโมชั่น
  • Event

องค์กรสามารถเชื่อม Campaign เข้ากับ Leads หรือ Contacts เพื่อดูว่ากิจกรรมการตลาดใดนำไปสู่โอกาสการขายได้บ้าง

ตัวอย่างเช่น

Campaign A → 500 Leads → 50 Opportunities → 10 Deals

ข้อมูลแบบนี้ช่วยให้ทีม Marketing และ Sales คุยกันด้วยข้อมูลชุดเดียวมากขึ้น


8. Products คืออะไร?

Products ใช้จัดเก็บข้อมูลสินค้าและบริการที่บริษัทขาย

ตัวอย่างข้อมูล เช่น

  • ชื่อสินค้า
  • Product Code
  • ราคา
  • รายละเอียด
  • หน่วย
  • สถานะ

เหมาะกับธุรกิจที่มีสินค้าหลายรายการและต้องการเชื่อมข้อมูลสินค้าเข้ากับ Deal หรือเอกสารการขาย


9. Price Books คืออะไร?

Price Books ใช้จัดการราคาสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ

เหมาะกับธุรกิจที่มี

  • ราคาปลีก
  • ราคาส่ง
  • ราคาตัวแทน
  • ราคาสำหรับลูกค้ารายใหญ่
  • ราคาโปรโมชั่น

เช่น สินค้าตัวเดียวกันอาจมีราคา

ประเภทลูกค้าราคา
Retail1,000 บาท
Dealer900 บาท
Distributor850 บาท
Project800 บาท

การแยกราคาเป็นระบบช่วยลดปัญหาการใช้ราคาผิดเมื่อต้องออกใบเสนอราคา


10. Quotes คืออะไร?

Quotes คือ Module สำหรับจัดการใบเสนอราคา

เหมาะกับธุรกิจที่ฝ่ายขายต้องเสนอราคาให้ลูกค้าเป็นประจำ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย

  • ลูกค้า
  • รายการสินค้า
  • จำนวน
  • ราคา
  • ส่วนลด
  • ภาษี
  • วันที่เสนอราคา
  • วันหมดอายุ

สามารถนำข้อมูลจาก Deal และ Products มาประกอบเป็นกระบวนการเสนอราคาได้ตามการตั้งค่าขององค์กร


11. Sales Orders คืออะไร?

หลังจากลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้ว กระบวนการสามารถต่อจาก Quotation → Sales Order

Sales Orders ใช้จัดการคำสั่งซื้อของลูกค้า

ตัวอย่าง

Quotation 500,000 บาท

Customer Confirm

Sales Order

ส่งต่อการจัดการสินค้า / การเงิน / ระบบอื่น

Module นี้จึงมีประโยชน์มากสำหรับธุรกิจที่ต้องการเชื่อมกระบวนการ Sales ไปยังขั้นตอนหลังการขาย


12. Purchase Orders คืออะไร?

Purchase Orders หรือ PO ใช้สำหรับจัดการคำสั่งซื้อที่ส่งไปยัง Supplier

เหมาะกับธุรกิจที่มีการซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบจากผู้ขายหลายราย และต้องการติดตามข้อมูลการสั่งซื้อ

อย่างไรก็ตาม การใช้งานด้านจัดซื้อเชิงลึกอาจต้องเชื่อมกับ Zoho Inventory หรือ Zoho Books ตามลักษณะของธุรกิจและระบบที่ใช้งาน


13. Vendors คืออะไร?

Vendors ใช้จัดเก็บข้อมูล Supplier หรือคู่ค้าที่บริษัทซื้อสินค้าและบริการ

ตัวอย่างข้อมูล

  • ชื่อ Supplier
  • ผู้ติดต่อ
  • Email
  • เบอร์โทร
  • สินค้าที่จัดหา
  • เงื่อนไขทางธุรกิจ

สำหรับองค์กรที่มี Supplier จำนวนมาก การมีข้อมูลรวมอยู่ในระบบช่วยให้ค้นหาและบริหารความสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น


14. Cases คืออะไร?

Cases ใช้สำหรับจัดการปัญหา คำร้อง หรือเรื่องที่ลูกค้าติดต่อเข้ามา

ตัวอย่างเช่น

ลูกค้าแจ้งว่าสินค้ามีปัญหา

สามารถสร้าง Case เพื่อบันทึก

  • ลูกค้า
  • ปัญหา
  • วันที่แจ้ง
  • ผู้รับผิดชอบ
  • สถานะ
  • วิธีแก้ไข
  • วันที่ปิดเคส

ส่วนนี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการติดตามงานบริการหลังการขายอย่างเป็นระบบ


15. Solutions คืออะไร?

Solutions ใช้เก็บ แนวทางแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นบ่อย

ตัวอย่างเช่น

ปัญหา: ลูกค้าไม่สามารถใช้งานระบบได้

วิธีแก้: ตรวจสอบ Permission และ Reset User Session

เมื่อมีปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีก ทีมงานสามารถค้นหาวิธีแก้ที่เคยบันทึกไว้แล้ว

ข้อดีคือช่วยเปลี่ยนความรู้ที่อยู่ในหัวของพนักงานให้กลายเป็น Knowledge ที่องค์กรนำกลับมาใช้ได้


16. Reports คืออะไร?

Reports คือส่วนสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลจาก CRM

ตัวอย่าง Report ที่ผู้บริหารอาจต้องการดู

  • ยอดขายตาม Sales
  • จำนวน Lead
  • Conversion Rate
  • Deal ตาม Stage
  • Won / Lost
  • Pipeline
  • Activity ของทีมขาย
  • ยอดขายตามเดือน

Reports จึงเป็นส่วนที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลใน CRM ให้กลายเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจ


17. Dashboards คืออะไร?

ถ้า Reports คือข้อมูลเชิงรายละเอียด

Dashboard คือภาพรวมที่ช่วยให้ผู้บริหารมองสถานการณ์ได้เร็วขึ้น

ตัวอย่าง KPI บน Dashboard

KPIผู้บริหารใช้ดูอะไร
Total Salesยอดขายรวม
Open Dealsจำนวนดีลที่ยังไม่ปิด
Pipeline Valueมูลค่าโอกาสการขาย
Win Rateอัตราการปิดการขาย
Lead Conversionประสิทธิภาพการเปลี่ยน Lead เป็นโอกาส
Sales by Repผลงานของแต่ละ Sales

Dashboard ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลเยอะที่สุด แต่ควรมี ข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจได้จริง


18. Forecast คืออะไร?

Forecast ใช้ช่วยประเมินแนวโน้มยอดขายจากข้อมูลใน Pipeline

ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารต้องการดูว่า

“เดือนนี้ยอดขายมีโอกาสถึงเป้าหรือไม่?”

ข้อมูลจาก Deals และ Sales Pipeline สามารถนำไปใช้ประกอบการประเมินได้

Forecast จึงมีประโยชน์มากกว่าการดูแค่ยอดขายที่ปิดไปแล้ว เพราะช่วยให้ผู้บริหารมองไปข้างหน้า


แล้ว Module ไหนสำคัญที่สุด?

จริง ๆ แล้วไม่มี Module เดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ

แต่ถ้าเป็น ธุรกิจที่กำลังเริ่มต้นใช้ Zoho CRM ผมแนะนำให้เริ่มจาก Core Module ก่อน

Core Module สำหรับเริ่มต้น

Leads

Contacts / Accounts

Deals

Activities

Reports / Dashboard

หลังจากระบบเริ่มนิ่งแล้ว ค่อยเพิ่ม

Workflow → Automation → Products → Quotes → Campaigns → Analytics → Integration

แนวคิดนี้ช่วยให้ทีมไม่รู้สึกว่าระบบซับซ้อนเกินไปตั้งแต่วันแรก


เปรียบเทียบ Module ตามหน้าที่

เป้าหมายของธุรกิจModule ที่เกี่ยวข้อง
เก็บผู้สนใจLeads
เก็บข้อมูลบุคคลContacts
เก็บข้อมูลบริษัทAccounts
ติดตามโอกาสการขายDeals
จัดการ PipelineDeals
ตั้งงานติดตามActivities
ทำ MarketingCampaigns
จัดการสินค้าProducts
จัดการราคาPrice Books
ออกใบเสนอราคาQuotes
จัดการคำสั่งซื้อSales Orders
จัดการ SupplierVendors
จัดการปัญหาลูกค้าCases
เก็บวิธีแก้ปัญหาSolutions
วิเคราะห์ข้อมูลReports
ดู KPIDashboards
ประเมินยอดขายForecast

Module ใน Zoho CRM เชื่อมต่อกันอย่างไร?

จุดแข็งของ CRM ไม่ใช่แค่การมี Module จำนวนมาก แต่คือ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง Module

ลองดูตัวอย่างของธุรกิจ B2B

Lead
ลูกค้ากรอกแบบฟอร์ม

Lead Qualification
ฝ่ายขายตรวจสอบความสนใจ

Contact + Account
เปลี่ยนเป็นข้อมูลผู้ติดต่อและบริษัท

Deal
สร้างโอกาสการขาย

Activities
โทร นัดประชุม ส่งใบเสนอราคา

Quote
เสนอราคา

Sales Order
ลูกค้ายืนยันการสั่งซื้อ

Report / Dashboard
ผู้บริหารดูผลลัพธ์

นี่คือเหตุผลที่ Zoho CRM มีประโยชน์มากกว่าการทำรายชื่อลูกค้าเพียงอย่างเดียว

Zoho CRM
CRM

Zoho CRM มี Module เยอะ แล้วควรเปิดใช้ทุกตัวหรือไม่?

ไม่ควร

นี่เป็นข้อผิดพลาดที่บริษัทเริ่มใช้ CRM มักเจอ

เห็นว่าระบบมีฟีเจอร์เยอะจึงพยายามเปิดทุก Module พร้อมกัน สุดท้ายพนักงานกลับไม่รู้ว่าต้องกรอกข้อมูลอะไร และข้อมูลที่ได้ก็ไม่สม่ำเสมอ

วิธีที่ดีกว่าคือ

เริ่มจาก Business Process ก่อน

ถามว่า

วันนี้บริษัทขายอย่างไร?

แล้วค่อยออกแบบว่า

ต้องใช้ Module ไหนบ้าง?

ตัวอย่าง

ถ้าธุรกิจต้องการเพียงติดตาม Lead และ Deal

Leads + Contacts + Accounts + Deals + Activities

อาจเพียงพอในช่วงแรก

แต่ถ้ามีใบเสนอราคาและสินค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง

จึงค่อยเพิ่ม

Products + Price Books + Quotes


Zoho CRM แต่ละธุรกิจใช้ Module ไม่เหมือนกัน

ตัวอย่างเช่น

บริษัท B2B

Leads → Accounts → Contacts → Deals → Quotes

ธุรกิจ Distributor

Leads → Accounts → Contacts → Products → Deals → Sales Orders

ธุรกิจบริการ

Leads → Contacts → Deals → Activities → Cases

บริษัทที่ทำ Marketing หนัก

Campaigns → Leads → Contacts → Deals → Reports

จึงไม่มีสูตรตายตัวว่า “ต้องใช้ทุก Module”

การออกแบบที่ดีควรเริ่มจาก Workflow จริงของบริษัท


Module กับ Custom Module ต่างกันอย่างไร?

อีกเรื่องที่คนใช้ Zoho CRM ใหม่ ๆ มักสงสัยคือ

“ถ้า Module มาตรฐานไม่ตรงกับงานบริษัท จะทำอย่างไร?”

Zoho CRM รองรับการปรับแต่งระบบในระดับต่าง ๆ และใน Edition ที่รองรับสามารถสร้าง Custom Modules เพื่อรองรับข้อมูลเฉพาะของธุรกิจได้

ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจมีข้อมูลเฉพาะอย่าง

  • Project
  • Site
  • Branch
  • Contract
  • Machine
  • Dealer
  • Installation
  • Maintenance

แทนที่จะพยายามยัดทุกอย่างเข้า Leads หรือ Deals สามารถออกแบบโครงสร้างข้อมูลให้เหมาะกับ Workflow จริงของบริษัทได้


สรุป Zoho CRM มีอะไรบ้าง?

ถ้าอธิบายให้จำง่ายที่สุด

Leads = คนที่อาจเป็นลูกค้า

Contacts = คนที่เราติดต่อ

Accounts = บริษัทของลูกค้า

Deals = โอกาสการขาย

Activities = สิ่งที่ต้องทำ

Products = สิ่งที่ขาย

Quotes = ใบเสนอราคา

Sales Orders = คำสั่งซื้อ

Cases = ปัญหาของลูกค้า

Reports = ข้อมูลสำหรับวิเคราะห์

Dashboard = ภาพรวมสำหรับตัดสินใจ

Forecast = แนวโน้มยอดขาย

แต่สิ่งที่ทำให้ Zoho CRM น่าสนใจจริง ๆ คือ Module เหล่านี้สามารถนำมาเชื่อมเป็นกระบวนการเดียวกันได้

ดังนั้นการใช้งาน Zoho CRM ให้ได้ผล ไม่ได้อยู่ที่การเปิดใช้ Module ให้เยอะที่สุด แต่อยู่ที่การเลือก “Module ที่จำเป็นกับ Workflow ของธุรกิจ”


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Module ใน Zoho CRM

Zoho CRM มี Module อะไรบ้าง?

Zoho CRM มี Module หลักสำหรับจัดการ Leads, Contacts, Accounts, Deals, Activities, Campaigns, Products, Quotes, Sales Orders, Reports, Dashboards และส่วนอื่น ๆ โดยรายการและความสามารถที่ใช้งานได้ขึ้นอยู่กับ Edition และการตั้งค่าของระบบ

Module ใน Zoho CRM คืออะไร?

Module คือพื้นที่หรือโครงสร้างสำหรับจัดเก็บข้อมูลแต่ละประเภท เช่น Leads สำหรับผู้มุ่งหวัง Contacts สำหรับผู้ติดต่อ และ Deals สำหรับโอกาสการขาย

Module ไหนสำคัญที่สุดใน Zoho CRM?

สำหรับธุรกิจที่เริ่มต้นใช้ CRM มักเริ่มจาก Leads, Contacts, Accounts, Deals และ Activities ก่อน แล้วจึงเพิ่ม Module อื่นตาม Workflow

Leads กับ Contacts ต่างกันอย่างไร?

Leads ใช้จัดการผู้มุ่งหวังที่ยังอยู่ในขั้นตอนคัดกรอง ส่วน Contacts ใช้เก็บข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือองค์กรที่อยู่ในโครงสร้าง CRM แล้ว

Accounts กับ Contacts ต้องใช้คู่กันหรือไม่?

สำหรับธุรกิจ B2B การใช้ร่วมกันมีประโยชน์ เพราะ Account สามารถแทนบริษัท ส่วน Contact ใช้แทนบุคคลที่ทำงานอยู่ในบริษัทนั้น

Deals ใน Zoho CRM คืออะไร?

Deals คือโอกาสการขายที่ฝ่ายขายกำลังติดตาม โดยสามารถกำหนดมูลค่า Stage วันที่คาดว่าจะปิด และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขายได้

สามารถสร้าง Module เพิ่มเองได้หรือไม่?

สามารถทำได้ในขอบเขตที่ Edition และความสามารถของระบบรองรับ โดย Custom Module เหมาะสำหรับข้อมูลที่ไม่ตรงกับ Module มาตรฐานของ Zoho CRM

ต้องใช้ทุก Module ใน Zoho CRM หรือไม่?

ไม่จำเป็น ควรเลือกเฉพาะ Module ที่ตอบโจทย์กระบวนการทำงานจริงของบริษัทก่อน แล้วจึงค่อยขยายระบบเมื่อมีความต้องการเพิ่มเติม

Module ของ Zoho CRM เชื่อมกันได้หรือไม่?

ได้ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง Module เป็นหัวใจสำคัญของ CRM เช่น Leads สามารถเข้าสู่กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ Contacts, Accounts และ Deals ตาม Workflow ขององค์กร


สรุปอีกครั้งแบบเข้าใจง่าย

ถ้าเพิ่งเริ่มต้นรู้จัก Zoho CRM ให้จำ 5 ตัวนี้ก่อนก็พอ:

Leads → Contacts / Accounts → Deals → Activities → Dashboard

เมื่อเข้าใจ 5 ส่วนนี้แล้ว การทำความเข้าใจ Module อื่น ๆ จะง่ายขึ้นมาก เพราะแต่ละ Module เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการเดียวกัน

และถ้าบริษัทต้องการใช้ Zoho CRM ให้เกิดประโยชน์จริง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ถามว่า

“Zoho CRM มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?”

แต่ควรถามว่า

“กระบวนการทำงานของบริษัทเราต้องใช้ Module อะไรบ้าง?”

เพราะสุดท้ายแล้ว CRM ที่ดีไม่ใช่ระบบที่มี Module เยอะที่สุด แต่คือระบบที่ทีมใช้งานจริง ข้อมูลไม่กระจัดกระจาย และช่วยให้ธุรกิจเดินงานต่อได้ง่ายขึ้น

#ZohoCRM #Zoho #CRM #ระบบCRM #ZohoCRMประเทศไทย #CRMสำหรับธุรกิจ #SalesPipeline #ระบบขาย #SalesAutomation #ธุรกิจSME

➡️ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
➡️หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
➡️ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
Zoho CRM CRM

More Posts

ออกแบบบูธอย่างไรให้ลูกค้าเดินดูสินค้าได้ครบ ไม่สับสน

การออกแบบบูธให้ลูกค้าดูสินค้าได้ครบควรใช้หลัก Customer Flow หรือการออกแบบเส้นทางการเดินของผู้เข้าชม โดยแบ่งสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ วางสินค้าหลักในตำแหน่งที่มองเห็นง่าย สร้างเส้นทางเดินที่ต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์หรือ Display ที่ขวางทาง

รับทำบูธ

รับทำบูธธุรกิจบริการ ให้ลูกค้าเข้าใจจุดเด่นได้เร็ว

บูธสำหรับธุรกิจบริการควรเน้นการสื่อสารจุดเด่นให้เข้าใจง่ายมากกว่าการใส่ข้อมูลจำนวนมาก โดยควรแสดงให้ชัดตั้งแต่ระยะไกลว่าธุรกิจให้บริการอะไร แก้ปัญหาใด และมีจุดเด่นอะไร พร้อมจัดพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถพูดคุย ปรึกษา ดู Portfolio หรือชม Demo ได้สะดวก

รับออกแบบบูธ

รับออกแบบบูธให้ทีมขายทำงานง่าย ปิดการขายได้ดีขึ้น

บูธที่ช่วยให้ทีมขายทำงานง่ายควรมีทางเข้าเปิดกว้าง จุดนำเสนอสินค้าเด่นชัด พื้นที่สำหรับสาธิตสินค้า จุดพูดคุยที่ไม่ถูกรบกวน พื้นที่เก็บของที่ซ่อนจากสายตาลูกค้า และมี Customer Journey ที่ชัดเจนตั้งแต่ลูกค้าเดินผ่าน → สนใจ → เข้าบูธ → ทดลองหรือสอบถาม → พูดคุยกับฝ่ายขาย → เก็บข้อมูลหรือปิดการขาย

หัวใจสำคัญของการ รับออกแบบบูธเพื่อสนับสนุนงานขาย คือการออกแบบพื้นที่ตามพฤติกรรมของลูกค้าและ Workflow ของทีมขาย ไม่ใช่เริ่มต้นจากคำถามเพียงว่า “อยากได้บูธสไตล์ไหน”

ออกแบบบูธ

ออกแบบบูธสไตล์ทันสมัย ให้ภาพลักษณ์แบรนด์โดดเด่น

การออกแบบบูธสำหรับแบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์ทันสมัย ควรเน้น เส้นสายที่สะอาดตา รูปทรงชัดเจน การใช้สีแบรนด์อย่างพอดี วัสดุที่มีพื้นผิวทันสมัย แสงที่ช่วยสร้างมิติ และเทคโนโลยีสำหรับนำเสนอข้อมูลหรือสินค้า

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE