ออกแบบบูธ 3×3, 3×6, 6×6 ต่างกันอย่างไร ควรวางแผนแบบไหน

ออกแบบบูธ 3x3, 3x6 และ 6x6 ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบพื้นที่ การใช้งาน และแนวทางวางผังบูธ พร้อมเทคนิคเลือกขนาดบูธให้เหมาะกับธุรกิจและงบประมาณ

การออกแบบบูธแสดงสินค้าไม่ได้มีคำตอบว่าพื้นที่ขนาดใหญ่จะดีกว่าเสมอไป เพราะ บูธ 3×3, 3×6 และ 6×6 เมตร มีข้อจำกัดและจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งเรื่องพื้นที่ใช้งาน จำนวนสินค้า จำนวนพนักงาน การจัดทางเดิน รวมถึงงบประมาณในการตกแต่ง

ดังนั้น ก่อนจองพื้นที่หรือเริ่มออกแบบบูธ ควรดูมากกว่าแค่ “มีพื้นที่กี่ตารางเมตร” แต่ต้องวางแผนว่าต้องการให้ลูกค้า เห็นอะไร เดินอย่างไร หยุดตรงไหน และทำอะไรต่อหลังเข้าบูธ

บูธ 3×3, 3×6 และ 6×6 ต่างกันอย่างไร?

บูธ 3×3 เมตร มีพื้นที่ 9 ตร.ม. เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการบูธขนาดกะทัดรัด เน้นแนะนำแบรนด์ สินค้าหลัก หรือเก็บ Lead โดยควรใช้การออกแบบแนวตั้งและเลือกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น

บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่ 18 ตร.ม. ให้พื้นที่มากขึ้นเป็น 2 เท่าของบูธ 3×3 สามารถแบ่งโซนสินค้า เคาน์เตอร์พูดคุย และพื้นที่สาธิตได้ชัดเจน เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมมากขึ้น

บูธ 6×6 เมตร มีพื้นที่ 36 ตร.ม. เหมาะกับแบรนด์ที่มีสินค้าและกิจกรรมหลายประเภท ต้องการพื้นที่รับรองลูกค้า ห้องประชุมย่อย พื้นที่ Demo หรือสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างจริงจัง

สรุปง่าย ๆ คือ 3×3 เน้นกระชับ, 3×6 เน้นแบ่งโซน, 6×6 เน้นประสบการณ์และการใช้งานหลายฟังก์ชัน

ออกแบบบูธ

ขนาดบูธ 3×3, 3×6, 6×6 มีพื้นที่เท่าไร?

ก่อนออกแบบควรคำนวณพื้นที่จริงก่อน เพราะขนาดบูธส่งผลโดยตรงต่อจำนวนโซนที่สามารถจัดวางได้

ขนาดบูธพื้นที่ลักษณะการใช้งานที่เหมาะ
3 x 3 เมตร9 ตร.ม.บูธแนะนำแบรนด์ สินค้าหลัก เก็บ Lead
3 x 6 เมตร18 ตร.ม.แสดงสินค้า Demo พูดคุยกับลูกค้า
6 x 6 เมตร36 ตร.ม.แบรนด์ขนาดใหญ่ Demo ห้องประชุม กิจกรรม
6 x 6 เมตร36 ตร.ม.สร้างประสบการณ์แบรนด์และรองรับผู้เข้าชมจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าจะนำไปวางอุปกรณ์ได้เต็ม 100% เพราะต้องเผื่อพื้นที่สำหรับ ทางเดิน จุดยืนของลูกค้า ประตูห้องเก็บของ เคาน์เตอร์ และระยะการมองเห็น


บูธ 3×3 เมตร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

บูธ 3×3 เป็นขนาดที่พบได้บ่อยในงานแสดงสินค้า เพราะใช้พื้นที่ไม่มากและสามารถควบคุมงบประมาณได้ง่าย

แต่ข้อจำกัดคือมีพื้นที่เพียง 9 ตร.ม. ดังนั้นไม่ควรพยายามใส่ทุกอย่างลงไปในบูธ

แนวทางออกแบบบูธ 3×3

ควรเลือกสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจน เช่น

  • Logo และชื่อแบรนด์
  • สินค้าหรือบริการเด่น 1–3 รายการ
  • จุดรับข้อมูลหรือเก็บ Lead
  • จอแสดงสินค้า ถ้าจำเป็น
  • ชั้นวางสินค้าขนาดกะทัดรัด
  • QR Code สำหรับดู Catalog หรือสอบถามข้อมูล

เทคนิคสำคัญ: ใช้พื้นที่แนวตั้งให้มากขึ้น แทนที่จะวางทุกอย่างไว้บนพื้น

ตัวอย่างเช่น ผนังด้านหลังสามารถใช้เป็น Hero Graphic ส่วนสินค้าอาจใช้ชั้นวางแบบสูงเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่


บูธ 3×6 เมตร เหมาะกับใคร?

เมื่อเพิ่มความกว้างเป็น 6 เมตร พื้นที่จะเพิ่มเป็น 18 ตร.ม. ทำให้สามารถแบ่งพื้นที่ใช้งานได้ชัดเจนกว่า 3×3

ตัวอย่างการแบ่งโซน เช่น

โซนที่ 1: Brand Zone
ใช้สำหรับสร้างความโดดเด่นและทำให้คนมองเห็นบูธจากระยะไกล

โซนที่ 2: Product Zone
ใช้สำหรับจัดแสดงสินค้าหรือบริการหลัก

โซนที่ 3: Demo Zone
สำหรับสาธิตสินค้า ทดลองใช้งาน หรือเปิดวิดีโอ

โซนที่ 4: Consultation Zone
สำหรับฝ่ายขายพูดคุยกับลูกค้าที่สนใจ

ข้อดีของบูธ 3×6 คือสามารถทำให้ลูกค้า “เดินเข้ามาแล้วค่อย ๆ รู้จักแบรนด์” ได้มากกว่าการเห็นสินค้าเพียงจุดเดียว


บูธ 6×6 เมตร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

บูธ 6×6 มีพื้นที่ถึง 36 ตร.ม. จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการใช้บูธเป็นมากกว่าพื้นที่โชว์สินค้า

สามารถออกแบบให้มีหลายฟังก์ชันภายในพื้นที่เดียว เช่น

  • Brand Experience
  • Product Display
  • Demo Area
  • Meeting Area
  • ห้องประชุมส่วนตัว
  • Counter รับลูกค้า
  • Storage
  • Interactive Activity
  • จุดถ่ายรูป
  • Digital Display

พื้นที่ขนาดนี้เปิดโอกาสให้วาง Customer Journey ได้ละเอียดขึ้น แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะถ้าวางองค์ประกอบมากเกินไป บูธขนาดใหญ่ก็สามารถดูรกและใช้งานไม่สะดวกได้เช่นกัน


ตารางเปรียบเทียบบูธ 3×3 vs 3×6 vs 6×6

หัวข้อ3×33×66×6
พื้นที่9 ตร.ม.18 ตร.ม.36 ตร.ม.
งบประมาณต่ำ–กลางกลางกลาง–สูง
จำนวนโซนน้อยปานกลางหลายโซน
การจัดแสดงสินค้าเน้นสินค้าหลักหลายสินค้าสินค้าหลายกลุ่ม
พื้นที่ Demoจำกัดทำได้ทำได้เต็มรูปแบบ
พื้นที่พูดคุยจำกัดมีพื้นที่แยกได้ทำ Meeting Area ได้
รองรับทีมงานทีมเล็กทีมปานกลางทีมหลายคน
เหมาะกับกิจกรรมเล็กปานกลางหลากหลาย
การสร้าง Brand Experience⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐

เลือกขนาดบูธจาก “เป้าหมาย” ไม่ใช่เลือกจากพื้นที่อย่างเดียว

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเลือกพื้นที่ก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะนำอะไรมาใส่ในบูธ

วิธีที่ดีกว่าคือเริ่มจากคำถามว่า

“หลังจากลูกค้าเดินออกจากบูธ เราต้องการให้เขาทำอะไร?”

ตัวอย่างเช่น

เป้าหมายขนาดบูธที่น่าสนใจ
ต้องการสร้าง Brand Awareness3×3 / 3×6
เปิดตัวสินค้าใหม่3×6 / 6×6
ต้องการ Demo3×6 / 6×6
ต้องการพบลูกค้า B2B3×6 / 6×6
ต้องการมีห้องประชุม6×6
ต้องการจัดกิจกรรม6×6
ต้องการเก็บ Lead จำนวนมาก3×6 / 6×6
งบประมาณจำกัด3×3

ไม่มีขนาดบูธใดดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ เพราะเป้าหมายของการออกงานแต่ละงานแตกต่างกัน


วางแผนบูธอย่างไรให้ใช้พื้นที่ได้คุ้ม?

1. กำหนดเป้าหมายก่อนออกแบบ

ควรกำหนด KPI ก่อน เช่น

  • จำนวน Lead ที่ต้องการ
  • จำนวนคนเข้าบูธ
  • จำนวน Demo
  • จำนวนการนัดหมาย
  • จำนวนใบเสนอราคา
  • จำนวนลูกค้าใหม่
  • จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

เมื่อรู้เป้าหมายแล้วจึงค่อยกำหนดพื้นที่ที่ต้องใช้


2. วาง Customer Journey

ลองคิดเส้นทางของลูกค้าตั้งแต่เห็นบูธจนถึงการติดต่อฝ่ายขาย

เห็นบูธ → สนใจ → เดินเข้ามา → ดูสินค้า → ทดลอง/Demo → พูดคุย → ฝากข้อมูล → นัดหมาย

แต่ละขั้นควรมีพื้นที่รองรับ

ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ลูกค้าทดลองสินค้า แต่ไม่มีพื้นที่ให้ยืนทดลอง การออกแบบก็อาจไม่ตอบโจทย์แม้บูธจะสวยก็ตาม


3. แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลัก

สำหรับบูธทั่วไป สามารถเริ่มต้นจากการแบ่งพื้นที่เป็น

Attraction Zone

พื้นที่ดึงดูดสายตาจากด้านนอก เช่น

  • Logo
  • Headline
  • จอ LED
  • Product Hero
  • Graphic

Engagement Zone

พื้นที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วม เช่น

  • Demo
  • ทดลองสินค้า
  • Interactive Display
  • พูดคุยกับทีมงาน

Conversion Zone

พื้นที่เปลี่ยนผู้สนใจให้กลายเป็น Lead เช่น

  • โต๊ะเจรจา
  • Meeting Area
  • QR Code
  • ลงทะเบียน
  • นัดหมายฝ่ายขาย

การแบ่งแบบนี้ช่วยให้บูธไม่ได้มีหน้าที่เพียง “สวย” แต่สามารถสนับสนุนกระบวนการขายได้จริง


4. อย่าวางของจนทางเดินแคบ

บูธที่มีพื้นที่มากไม่ได้หมายความว่าต้องใส่เฟอร์นิเจอร์ให้มากที่สุด

พื้นที่ที่ควรเผื่อ ได้แก่

  • ทางเดิน
  • จุดยืนดูสินค้า
  • จุด Demo
  • พื้นที่เปิดประตู
  • พื้นที่นั่ง
  • พื้นที่สำหรับพนักงาน
  • จุดเก็บของ

โดยเฉพาะบูธ 3×3 ควรระวังเรื่องเฟอร์นิเจอร์มากเป็นพิเศษ เพราะโต๊ะหรือเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สามารถกินพื้นที่ใช้งานไปอย่างรวดเร็ว


5. ใช้พื้นที่แนวตั้งให้เกิดประโยชน์

สำหรับบูธขนาดเล็ก วิธีเพิ่มความโดดเด่นโดยไม่เพิ่มพื้นที่พื้น คือการใช้พื้นที่ด้านบน

ตัวอย่างเช่น

  • ป้าย Logo แขวน
  • Lightbox
  • จอ LED
  • Graphic Wall
  • ชั้นวางสินค้าแนวตั้ง
  • ป้ายข้อความสั้น ๆ

แต่ควรระวังไม่ให้ข้อความอยู่สูงจนอ่านไม่ได้จากระดับสายตา


6. ออกแบบให้มองเห็นบูธได้จากระยะไกล

คนในงานแสดงสินค้าไม่ได้เดินผ่านบูธแบบหยุดดูทุกจุด ดังนั้นต้องทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่า

“แบรนด์นี้ทำอะไร?”

ควรมีข้อความหลักที่สั้นและอ่านง่าย เช่น

โซลูชันจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร

ดีกว่าการใส่รายละเอียดบริการ 10–20 รายการไว้เต็มผนัง

หลักง่าย ๆ คือ เห็นจากไกล → เข้าใจจากใกล้ → สนใจเมื่อเข้าบูธ


7. วางแผนพื้นที่เก็บของตั้งแต่แรก

Storage เป็นส่วนที่หลายคนมองข้าม แต่เมื่อใช้งานจริงกลับสำคัญมาก

ภายในบูธอาจต้องเก็บ

  • กล่องสินค้า
  • Catalog
  • ของแจก
  • กระเป๋า
  • อุปกรณ์ Demo
  • สต็อกสินค้า
  • ของใช้ส่วนตัวของทีมงาน

ถ้าไม่มีพื้นที่เก็บของ สิ่งของเหล่านี้อาจถูกวางไว้ใต้โต๊ะหรือหลังเคาน์เตอร์จนทำให้บูธดูไม่เรียบร้อย


งบประมาณบูธ 3×3, 3×6 และ 6×6 ต้องคิดจากอะไร?

ราคาการออกแบบและก่อสร้างบูธไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่เพียงอย่างเดียว

ต้นทุนอาจมาจากหลายส่วน เช่น

รายการผลต่อต้นทุน
ขนาดพื้นที่สูง
วัสดุตกแต่งสูง
โครงสร้างพิเศษสูง
LED / Digital Displayปานกลาง–สูง
เฟอร์นิเจอร์ปานกลาง
ระบบไฟปานกลาง
งานพิมพ์กราฟิกต่ำ–ปานกลาง
ห้องประชุมปานกลาง–สูง
Interactive / Activityปานกลาง–สูง
งานติดตั้งและรื้อถอนต้องคำนวณ

ดังนั้นการเปรียบเทียบงบควรดู “ต้นทุนต่อเป้าหมาย” มากกว่าดูเพียงราคาต่อตารางเมตร


ตัวอย่างการวางผังบูธแต่ละขนาด

บูธ 3×3

ด้านหน้า: จุดต้อนรับ
ด้านหลัง: Brand Wall + Product Hero
ด้านข้าง: ชั้นวางสินค้า
กลางบูธ: พื้นที่ยืนพูดคุย

เหมาะกับการสร้างความสนใจแบบรวดเร็วและเก็บ Lead


บูธ 3×6

สามารถแบ่งพื้นที่ตามแนวยาว เช่น

ทางเข้า → Product Display → Demo → Consultation

รูปแบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้ลูกค้าเดินผ่านหลายจุดก่อนพูดคุยกับฝ่ายขาย


บูธ 6×6

สามารถออกแบบเป็นพื้นที่เปิดตรงกลาง และวางโซนรอบด้าน เช่น

ด้านหน้า: Brand + Attraction
ด้านซ้าย: Product Display
ตรงกลาง: Demo / Activity
ด้านขวา: Consultation
ด้านหลัง: Meeting + Storage

ข้อดีคือสามารถรองรับลูกค้าหลายกลุ่มพร้อมกันได้


แล้วควรเลือกบูธ 3×3, 3×6 หรือ 6×6?

ให้ใช้หลักง่าย ๆ ดังนี้

เลือก 3×3
ถ้าต้องการประหยัดพื้นที่และงบประมาณ เน้นแบรนด์หรือสินค้าหลัก

เลือก 3×6
ถ้าต้องการพื้นที่แสดงสินค้าและพูดคุยกับลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยยังควบคุมงบได้ง่าย

เลือก 6×6
ถ้าต้องการสร้างประสบการณ์แบรนด์ มี Demo หลายจุด มีห้องประชุม หรือรองรับทีมงานและผู้เข้าชมจำนวนมาก

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกบูธที่ใหญ่ที่สุด แต่คือการเลือกพื้นที่ที่ พอดีกับเป้าหมายของงานและพฤติกรรมของลูกค้า


SEO + AEO + GEO สำหรับบทความและธุรกิจรับออกแบบบูธ

หากธุรกิจรับออกแบบและรับทำบูธต้องการให้ลูกค้าค้นหาเจอผ่าน Search และ AI มากขึ้น เนื้อหาบนเว็บไซต์ควรตอบคำถามที่มี Search Intent ชัดเจน เช่น

  • ออกแบบบูธ 3×3 ราคาเท่าไหร่
  • บูธ 3×6 เหมาะกับธุรกิจอะไร
  • บูธ 6×6 ต้องวางผังอย่างไร
  • ออกแบบบูธแสดงสินค้าอย่างไร
  • รับออกแบบบูธแสดงสินค้า
  • บริษัทรับทำบูธ
  • ออกแบบบูธให้ดึงดูดลูกค้า
  • บูธแสดงสินค้าขนาดเล็ก
  • วิธีเลือกขนาดบูธแสดงสินค้า

SEO

สร้างหน้าเว็บไซต์และบทความที่ตอบ Search Intent โดยใช้ Keyword อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมโครงสร้าง H1, H2, H3 และ Internal Link ที่เกี่ยวข้อง

AEO

เขียนคำตอบแบบตรงประเด็น เช่น

ถาม: บูธ 3×6 มีพื้นที่เท่าไหร่?
ตอบ: บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่ 18 ตารางเมตร เหมาะสำหรับการจัดโซนแสดงสินค้า Demo และพื้นที่พูดคุยกับลูกค้า

รูปแบบนี้ช่วยให้เนื้อหาถูกนำไปใช้ตอบคำถามได้ง่ายขึ้น

GEO

ควรระบุข้อมูลธุรกิจให้ชัด เช่น พื้นที่ให้บริการ จังหวัดหรือพื้นที่รับงาน ประเภทงานที่รับออกแบบ รวมถึงผลงานจริง เพื่อช่วยให้ระบบเข้าใจว่าแบรนด์ให้บริการอะไรและให้บริการที่ไหน


สรุป

การเลือกขนาดบูธ 3×3, 3×6 หรือ 6×6 เมตร ควรเริ่มจากเป้าหมายของงาน ไม่ใช่เริ่มจากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว

3×3 เมตร เหมาะกับบูธขนาดกะทัดรัด เน้นแบรนด์หรือสินค้าเด่น
3×6 เมตร เหมาะกับการแบ่งโซน Product, Demo และ Consultation
6×6 เมตร เหมาะกับการสร้าง Brand Experience และรองรับกิจกรรมหรือการเจรจาหลายรูปแบบ

ถ้าวางแผนตั้งแต่ Customer Journey → โซนใช้งาน → ทางเดิน → จุดดึงดูด → จุดพูดคุย → จุดเก็บ Lead จะช่วยให้พื้นที่ทุกตารางเมตรทำงานได้คุ้มค่ามากขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบบูธ

บูธ 3×3 เมตร มีพื้นที่เท่าไหร่?

บูธ 3×3 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 9 ตารางเมตร เหมาะกับการจัดแสดงสินค้าไม่กี่รายการ เน้น Brand Awareness และการเก็บ Lead

บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่เท่าไหร่?

บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่ 18 ตารางเมตร สามารถแบ่งเป็นโซนแสดงสินค้า Demo และพื้นที่พูดคุยกับลูกค้าได้

บูธ 6×6 เมตร เหมาะกับใคร?

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่หลายฟังก์ชัน เช่น Product Display, Demo, Activity, Meeting Room และพื้นที่รับรองลูกค้า

บูธใหญ่กว่าดีกว่าหรือไม่?

ไม่เสมอไป ขนาดบูธควรสัมพันธ์กับจำนวนสินค้า จำนวนทีมงาน กิจกรรม และเป้าหมายของงาน หากพื้นที่ใหญ่แต่ไม่มีแผนการใช้งานที่ดี ก็อาจทำให้บูธดูโล่งหรือใช้งานไม่คุ้มค่า

ควรเริ่มออกแบบบูธจากอะไร?

ควรเริ่มจากเป้าหมายของการออกงานและ Customer Journey จากนั้นจึงกำหนดโซน พื้นที่ใช้งาน เฟอร์นิเจอร์ ระบบไฟ และกราฟิก

บูธ 3×3 สามารถทำให้ดูโดดเด่นได้หรือไม่?

ได้ โดยเน้น Visual Hierarchy ใช้พื้นที่แนวตั้ง ป้ายแบรนด์ที่มองเห็นจากระยะไกล และเลือกนำเสนอเฉพาะสินค้าหรือข้อความสำคัญ

การออกแบบบูธควรเผื่อพื้นที่เก็บของหรือไม่?

ควรเผื่อ เพราะอุปกรณ์ สินค้า Catalog และของใช้ของทีมงานต้องมีพื้นที่จัดเก็บ หากไม่มี Storage อาจทำให้พื้นที่แสดงสินค้าดูรกระหว่างงาน


#ออกแบบบูธ #รับทำบูธ #บูธแสดงสินค้า #ออกแบบบูธแสดงสินค้า #บูธ3×3 #บูธ3×6 #บูธ6×6 #ออกบูธ #งานแสดงสินค้า #ExhibitionBooth #BoothDesign

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ คลิกที่นี่ 👈
บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ บูธ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
ออกแบบบูธ

More Posts

บ้านน็อคดาวน์

บ้านน็อคดาวน์ชั้นเดียว เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กไหม?

สำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่มีสมาชิกประมาณ 1–3 คน การสร้างบ้านไม่จำเป็นต้องเริ่มจากบ้านหลังใหญ่เสมอไป ปัจจุบัน บ้านน็อคดาวน์ชั้นเดียว เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความสนใจ เพราะมีรูปแบบกะทัดรัด วางแผนพื้นที่ได้ง่าย ใช้ระยะเวลาก่อสร้างหรือประกอบหน้างานค่อนข้างสั้น และสามารถออกแบบพื้นที่ให้ตรงกับการใช้งานจริงได้

ออกแบบบูธ

ออกแบบบูธให้รองรับการเปลี่ยนรูปแบบใช้งานในอนาคต

การออกบูธแต่ละครั้งไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ ขนาดบูธ หรือรูปแบบกิจกรรมจะเหมือนเดิมเสมอ ครั้งหนึ่งอาจใช้พื้นที่สำหรับโชว์สินค้า แต่ครั้งต่อไปอาจต้องเพิ่มโต๊ะเจรจาธุรกิจ จุดสาธิตสินค้า หรือพื้นที่สำหรับ Live Presentation ดังนั้นการ ออกแบบบูธ ที่ดีจึงไม่ควรมองเฉพาะการใช้งานครั้งปัจจุบัน แต่ควรวางโครงสร้างให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตด้วย

รับออกแบบบูธ

รับออกแบบบูธสำหรับพูดคุย One-on-One กับลูกค้า

การออกบูธไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้คนหยุดมองหรือเข้ามาชมสินค้าเท่านั้น สำหรับธุรกิจ B2B สินค้ามูลค่าสูง หรือบริการที่ต้องอธิบายรายละเอียด การมีพื้นที่สำหรับพูดคุยกับลูกค้าแบบ One-on-One เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมขายนำเสนอข้อมูล เข้าใจความต้องการ และต่อยอดไปสู่การเจรจาธุรกิจได้ง่ายขึ้น

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE