Zoho CRM Deals คืออะไร?

Zoho CRM Deals คืออะไร? ทำความรู้จัก Deals, Sales Pipeline, Stage และการจัดการโอกาสการขาย พร้อมตัวอย่าง Workflow สำหรับธุรกิจและทีมขาย

Zoho CRM Deals คืออะไร? รู้จักตัวช่วยจัดการโอกาสการขายและ Sales Pipeline

สำหรับธุรกิจที่มีทีมขายและต้องติดตามลูกค้าหลายราย การรู้เพียงว่า “มีลูกค้าติดต่อเข้ามา” อาจยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งสำคัญคือการรู้ว่าลูกค้ารายไหนกำลังอยู่ในขั้นตอนไหน มีโอกาสปิดการขายมากน้อยแค่ไหน และทีมขายต้องทำอะไรต่อ

Zoho CRM Deals เป็นหนึ่งในฟังก์ชันสำคัญของ Zoho CRM ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการ โอกาสการขาย (Sales Opportunity) ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการปิดการขาย โดยสามารถติดตามสถานะของแต่ละดีลผ่าน Sales Pipeline ได้อย่างเป็นระบบ

Zoho CRM Deals คืออะไร?

Zoho CRM Deals คือโมดูลสำหรับจัดการโอกาสการขายของธุรกิจ ช่วยให้ทีมขายติดตามดีลตั้งแต่เริ่มมีโอกาสทางธุรกิจ ไปจนถึงขั้นตอนการเสนอราคา เจรจา และปิดการขาย โดยสามารถกำหนดมูลค่าดีล วันที่คาดว่าจะปิด ผู้รับผิดชอบ และ Stage ของ Sales Pipeline ได้

พูดง่าย ๆ คือ Deals ใช้สำหรับตอบคำถามว่า “ตอนนี้เรากำลังขายอะไรให้ใคร และดีลนั้นไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว?”

ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้ารายหนึ่งสนใจซื้อสินค้าและขอใบเสนอราคา ทีมขายสามารถสร้าง Deal เพื่อบันทึกโอกาสการขาย จากนั้นติดตามต่อว่าอยู่ในขั้นเสนอราคา เจรจา หรือรอปิดการขาย

Zoho CRM
Deals
Blueprint

Zoho CRM Deals คืออะไร?

ใน Zoho CRM คำว่า Deal หมายถึงโอกาสทางธุรกิจหรือโอกาสในการขายที่ทีมขายกำลังติดตาม

Deal หนึ่งรายการอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลหลายส่วน เช่น

  • ชื่อลูกค้า
  • บริษัท
  • ผู้ติดต่อ
  • สินค้าหรือบริการที่สนใจ
  • มูลค่าดีล
  • วันที่คาดว่าจะปิดการขาย
  • ขั้นตอนของ Sales Pipeline
  • พนักงานขายที่รับผิดชอบ
  • แหล่งที่มาของโอกาสการขาย
  • กิจกรรมหรือการติดตามลูกค้า

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมขายมองเห็นภาพรวมของแต่ละโอกาสการขายได้ชัดเจนขึ้น แทนที่จะต้องติดตามผ่าน Excel, Spreadsheet หรือข้อความจากหลายช่องทาง


Deals ต่างจาก Leads และ Contacts อย่างไร?

หนึ่งในคำถามที่มักเกิดขึ้นเมื่อเริ่มใช้ Zoho CRM คือ Lead, Contact และ Deal ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสามส่วนมีหน้าที่แตกต่างกันและสามารถเชื่อมโยงกันเป็นกระบวนการขายได้

Moduleหน้าที่หลักตัวอย่าง
Leadsเก็บข้อมูลผู้ที่อาจเป็นลูกค้าคนกรอกแบบฟอร์มขอข้อมูล
Contactsเก็บข้อมูลผู้ติดต่อของลูกค้าผู้จัดซื้อของบริษัท
Accountsเก็บข้อมูลบริษัทหรือองค์กรบริษัท ABC จำกัด
Dealsเก็บโอกาสทางการขายลูกค้าขอใบเสนอราคา 500,000 บาท

ตัวอย่าง Workflow แบบง่าย:

Lead → Qualified → Contact/Account → Deal → Closed Won / Closed Lost

อย่างไรก็ตาม Workflow จริงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบธุรกิจและกระบวนการขายของแต่ละองค์กร


Sales Pipeline ใน Zoho CRM Deals คืออะไร?

Sales Pipeline คือภาพรวมของขั้นตอนการขายที่แต่ละ Deal ต้องผ่านตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ

ตัวอย่าง Pipeline สำหรับธุรกิจ B2B อาจมีขั้นตอนดังนี้

New Deal → Contacted → Requirement → Quotation → Negotiation → Closed Won

หรือบางธุรกิจอาจมีขั้นตอนแตกต่างกัน เช่น

Stageความหมาย
New Dealมีโอกาสทางการขายใหม่
Contactedทีมขายติดต่อแล้ว
Requirementกำลังเก็บความต้องการ
Quotationส่งใบเสนอราคาแล้ว
Negotiationอยู่ระหว่างเจรจา
Closed Wonปิดการขายสำเร็จ
Closed Lostไม่สามารถปิดการขายได้

จุดสำคัญคือ Pipeline ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกธุรกิจ เพราะควรออกแบบตาม Sales Process จริงขององค์กร


Zoho CRM Deals ช่วยอะไรทีมขายได้บ้าง?

1. เห็นภาพรวมของ Sales Pipeline

ทีมขายสามารถมองเห็นได้ว่าปัจจุบันมี Deal อยู่กี่รายการ และแต่ละรายการอยู่ในขั้นตอนไหน

ช่วยให้หัวหน้าทีมสามารถติดตาม Pipeline ได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องถามสถานะจากพนักงานขายทีละคน

2. ติดตามมูลค่าโอกาสการขาย

แต่ละ Deal สามารถบันทึกมูลค่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ทำให้สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ Sales Pipeline และ Forecast ได้

ตัวอย่างเช่น

  • Deal A = 100,000 บาท
  • Deal B = 250,000 บาท
  • Deal C = 500,000 บาท

เมื่อรวมข้อมูลเหล่านี้ ทีมบริหารจะมองเห็นมูลค่าของโอกาสการขายที่กำลังอยู่ใน Pipeline

3. รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ

Deal สามารถกำหนด Owner เพื่อระบุว่าใครเป็นพนักงานขายที่รับผิดชอบ

จึงช่วยลดปัญหาว่า “ดีลนี้ใครดูอยู่?”

4. ติดตามวันคาดว่าจะปิดการขาย

การกำหนด Closing Date ช่วยให้ทีมขายรู้ว่าดีลแต่ละรายการมีเป้าหมายปิดเมื่อใด

ข้อมูลนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการวางแผนยอดขายและติดตาม Deal ที่ใกล้ถึงกำหนดได้

5. เก็บประวัติการติดตามลูกค้า

Deal สามารถเชื่อมโยงกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น

  • โทรศัพท์
  • นัดหมาย
  • งานที่ต้องทำ
  • อีเมล
  • Notes
  • การติดตามครั้งถัดไป

ทำให้ข้อมูลไม่ได้อยู่แค่ในหัวของพนักงานขายคนใดคนหนึ่ง


ข้อมูลสำคัญที่ควรมีใน Zoho CRM Deals

การออกแบบ Fields ใน Deals ควรเริ่มจากข้อมูลที่ทีมขายใช้จริง ไม่จำเป็นต้องสร้าง Fields จำนวนมากตั้งแต่ต้น

ข้อมูลพื้นฐานที่มักพบ เช่น

ข้อมูลใช้สำหรับ
Deal Nameระบุชื่อโอกาสการขาย
Account Nameระบุบริษัทลูกค้า
Contact Nameระบุผู้ติดต่อ
Deal Ownerระบุพนักงานขาย
Amountมูลค่าดีล
Stageสถานะของดีล
Closing Dateวันที่คาดว่าจะปิด
Lead Sourceแหล่งที่มาของโอกาส
Descriptionรายละเอียดเพิ่มเติม

ธุรกิจแต่ละประเภทสามารถเพิ่ม Custom Fields ตาม Workflow ของตัวเองได้


Zoho CRM Deals กับ Sales Forecast เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

ข้อมูลจาก Deals สามารถนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ยอดขายและ Forecast ได้

ตัวอย่างเช่น หากทีมขายมี Deal จำนวนมากอยู่ใน Stage “Quotation” และ “Negotiation” ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับมูลค่าดีลและวันที่คาดว่าจะปิด

ทำให้การวางแผนยอดขายไม่ได้อาศัยเพียงยอดขายที่ผ่านมา แต่สามารถดู โอกาสการขายที่กำลังเกิดขึ้นใน Pipeline ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม Forecast เป็นการประมาณการจากข้อมูลและเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่การรับประกันว่าจะปิดการขายได้ทั้งหมด


Zoho CRM Deals สามารถทำ Automation ได้หรือไม่?

ได้ โดย Deals สามารถนำไปเชื่อมกับ Automation เพื่อช่วยลดงานที่ทีมขายต้องทำซ้ำ ๆ

ตัวอย่าง Workflow เช่น

เมื่อ Deal เปลี่ยน Stage → สร้าง Task ให้ Sales → แจ้งเตือนผู้จัดการ

หรือ

เมื่อ Deal ใกล้ถึง Closing Date → แจ้งเตือน Sales Owner ให้ติดตามลูกค้า

ตัวอย่าง Automation ที่สามารถออกแบบได้ เช่น

  • สร้าง Task อัตโนมัติ
  • ส่ง Email Notification
  • แจ้งเตือนผู้รับผิดชอบ
  • เปลี่ยนค่า Field
  • Trigger Workflow
  • เชื่อมต่อกับกระบวนการอื่นของ CRM

ทั้งนี้รายละเอียด Automation ที่เหมาะสมควรออกแบบตาม Workflow จริงของธุรกิจ


Deals กับ Blueprint ต่างกันอย่างไร?

สองฟังก์ชันนี้สามารถทำงานร่วมกันได้ แต่มีจุดประสงค์แตกต่างกัน

ฟังก์ชันจุดประสงค์
Dealsจัดเก็บและติดตามโอกาสการขาย
Stageระบุว่าดีลอยู่ในขั้นตอนไหน
Workflowทำงานอัตโนมัติตามเงื่อนไข
Blueprintควบคุมกระบวนการและขั้นตอนที่ผู้ใช้ต้องดำเนินการ

ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจกำหนดว่าเมื่อ Deal อยู่ใน Stage Quotation พนักงานขายต้องกรอกข้อมูลสำคัญบางรายการก่อนจึงจะเปลี่ยนไป Stage Negotiation ได้

แนวทางนี้ช่วยให้ CRM ไม่ได้เป็นเพียงฐานข้อมูล แต่สามารถทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขายได้

Zoho CRM
Deals
Blueprint

ตัวอย่างการใช้ Zoho CRM Deals ในธุรกิจ B2B

สมมติว่าบริษัทขายอุปกรณ์อุตสาหกรรมได้รับการติดต่อจากลูกค้ารายใหม่

ขั้นตอนที่ 1: ลูกค้าติดต่อเข้ามา

ข้อมูลถูกสร้างเป็น Lead

ขั้นตอนที่ 2: ทีมขายตรวจสอบความต้องการ

พบว่าลูกค้ามีความต้องการซื้อสินค้าจริง จึงเข้าสู่กระบวนการขาย

ขั้นตอนที่ 3: สร้าง Deal

สร้าง Deal เช่น

“โครงการจัดซื้ออุปกรณ์โรงงาน ABC”

พร้อมระบุ

  • บริษัท
  • ผู้ติดต่อ
  • มูลค่าดีล
  • Sales Owner
  • Closing Date
  • Stage

ขั้นตอนที่ 4: เสนอราคา

เปลี่ยน Stage เป็น Quotation และบันทึกกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 5: เจรจา

เมื่อเข้าสู่การเจรจา ทีมขายสามารถติดตามรายละเอียดและ Task ที่ต้องทำต่อ

ขั้นตอนที่ 6: ปิดการขาย

หากลูกค้าตกลงซื้อ เปลี่ยนสถานะเป็น Closed Won

หากลูกค้าไม่ซื้อ สามารถปิดเป็น Closed Lost พร้อมบันทึกเหตุผลเพื่อใช้วิเคราะห์ในอนาคต


Zoho CRM Deals เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

Deals สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่มีขั้นตอนการขายและต้องติดตามโอกาสทางธุรกิจ เช่น

  • ธุรกิจ B2B
  • บริษัทจำหน่ายสินค้า
  • ธุรกิจบริการ
  • Software / IT
  • บริษัทรับเหมา
  • ตัวแทนจำหน่าย
  • ธุรกิจที่มี Sales Team
  • ธุรกิจที่มีการเสนอราคาและเจรจาหลายขั้นตอน

โดยเฉพาะธุรกิจที่มี Deal จำนวนมาก การจัดข้อมูลใน Pipeline ช่วยให้การติดตามสถานะการขายเป็นระบบมากขึ้น


สิ่งที่ควรระวังในการออกแบบ Deals

การใช้ Zoho CRM Deals ให้มีประสิทธิภาพไม่ได้หมายถึงการสร้าง Fields หรือ Stage ให้เยอะที่สุด

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ

1. Stage ต้องสะท้อนกระบวนการขายจริง

ถ้ามี Stage มากเกินไป ทีมขายอาจสับสนและอัปเดตข้อมูลไม่สม่ำเสมอ

2. Fields ต้องมีเหตุผลในการใช้งาน

ทุก Field ควรถามได้ว่า “ข้อมูลนี้เอาไปใช้ทำอะไร?”

3. กำหนดเจ้าของ Deal ให้ชัดเจน

ช่วยให้รู้ว่าใครต้องรับผิดชอบการติดตาม

4. กำหนดกติกาในการปิด Deal

ควรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าเมื่อใดจึงสามารถเปลี่ยนเป็น Closed Won หรือ Closed Lost

5. เชื่อม Automation เฉพาะจุดที่จำเป็น

Automation ที่มากเกินไปอาจทำให้ Workflow ซับซ้อน ควรเริ่มจากงานที่เกิดซ้ำและมีผลต่อทีมขายจริง


สรุป Zoho CRM Deals คืออะไร?

Zoho CRM Deals คือโมดูลสำหรับจัดการโอกาสการขาย ช่วยให้ธุรกิจติดตาม Deal ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการปิดการขายผ่าน Sales Pipeline

ข้อมูลสำคัญอย่าง Deal Owner, Amount, Stage และ Closing Date ช่วยให้ทีมขายและผู้บริหารเห็นภาพของโอกาสการขายที่กำลังดำเนินอยู่

นอกจากนี้ Deals ยังสามารถนำไปเชื่อมกับ Workflow, Automation, Blueprint และเครื่องมือวิเคราะห์ต่าง ๆ เพื่อสร้างกระบวนการขายที่เป็นระบบมากขึ้น

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่การ “ใช้ Deals” แต่คือการ ออกแบบ Deals ให้ตรงกับ Workflow จริงของธุรกิจ เพื่อให้ CRM เป็นเครื่องมือที่ทีมขายใช้งานได้จริงและช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นข้อมูลที่ต้องใช้ในการตัดสินใจ


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Zoho CRM Deals

Zoho CRM Deals คืออะไร?

Zoho CRM Deals คือโมดูลสำหรับจัดการโอกาสการขาย ช่วยติดตามลูกค้าและดีลตั้งแต่เริ่มต้น ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ใน Sales Pipeline จนถึง Closed Won หรือ Closed Lost

Deal ใน Zoho CRM ใช้ทำอะไร?

Deal ใช้บันทึกและติดตามโอกาสทางธุรกิจ เช่น ลูกค้าที่กำลังขอใบเสนอราคา อยู่ระหว่างเจรจา หรือมีโครงการที่กำลังพิจารณาซื้อสินค้าและบริการ

Leads กับ Deals ต่างกันอย่างไร?

Lead คือข้อมูลผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า ส่วน Deal คือโอกาสทางการขายที่เข้าสู่กระบวนการขายแล้ว โดยการเปลี่ยนจาก Lead ไปเป็น Deal จะขึ้นอยู่กับ Workflow ของแต่ละธุรกิจ

Zoho CRM Deals มี Sales Pipeline หรือไม่?

มี โดย Sales Pipeline ใช้แสดงขั้นตอนที่ Deal กำลังดำเนินอยู่ เช่น New Deal, Requirement, Quotation, Negotiation และ Closed Won ซึ่งสามารถออกแบบ Stage ให้เหมาะกับกระบวนการขายของแต่ละธุรกิจได้

Deal สามารถกำหนดพนักงานขายได้หรือไม่?

ได้ สามารถกำหนด Deal Owner เพื่อระบุว่าพนักงานขายคนใดเป็นผู้รับผิดชอบโอกาสการขายนั้น

Zoho CRM Deals ทำ Automation ได้ไหม?

ได้ สามารถนำ Deals ไปใช้ร่วมกับ Workflow และ Automation เพื่อสร้าง Task แจ้งเตือน หรือดำเนินการบางอย่างตามเงื่อนไขที่กำหนด

Deals สามารถใช้ทำ Sales Forecast ได้หรือไม่?

ข้อมูลจาก Deals สามารถนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์และทำ Sales Forecast ได้ โดยพิจารณาจากข้อมูล เช่น มูลค่าดีล Stage และวันที่คาดว่าจะปิดการขาย

ธุรกิจ SME ควรใช้ Zoho CRM Deals หรือไม่?

Deals สามารถนำไปใช้กับธุรกิจ SME ที่มีการติดตามโอกาสการขายได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีทีมขายหรือมีขั้นตอนการเสนอราคาและเจรจากับลูกค้า แต่ควรออกแบบ Pipeline ให้เหมาะกับกระบวนการจริงและไม่ซับซ้อนเกินความจำเป็น

#ZohoCRM #ZohoCRMDeals #Deals #SalesPipeline #CRM #ระบบCRM #จัดการงานขาย #ทีมขาย #SalesManagement #ZohoThailand

➡️ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
➡️หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
➡️ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
Zoho CRM Deals Blueprint

More Posts

บ้านน็อคดาวน์

บ้านน็อคดาวน์ใช้วัสดุอะไรบ้าง? เลือกแบบไหนดี

บ้านน็อคดาวน์ เป็นบ้านสำเร็จรูปที่ผลิตชิ้นส่วนจากโรงงานและนำมาประกอบหน้างาน จุดเด่นคือใช้เวลาติดตั้งรวดเร็ว ลดขั้นตอนก่อสร้างแบบบ้านทั่วไป และสามารถเลือกวัสดุได้หลายรูปแบบ เช่น โครงเหล็ก ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ แผ่นฉนวนกันความร้อน ไม้เทียม หรือวัสดุสังเคราะห์ต่าง ๆ

ออกแบบ-3D

ออกแบบ 3D ก่อนผลิตจริง ช่วยลดความผิดพลาดได้อย่างไร

การออกแบบ 3D ก่อนผลิตจริง คือขั้นตอนการสร้างภาพจำลองเสมือนจริงของชิ้นงาน บูธ ร้านค้า บ้าน หรือโครงสร้างต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบรูปแบบ ขนาด วัสดุ สี และรายละเอียดการติดตั้งได้ก่อนลงมือผลิตจริง ช่วยลดความผิดพลาด ลดต้นทุนจากการแก้ไขงาน และทำให้เจ้าของโครงการเห็นภาพผลงานที่ใกล้เคียงกับของจริงมากขึ้น

รับออกแบบบูธ

รับออกแบบบูธ Trade Show เตรียมอะไรบ้าง?

การออกบูธในงาน Trade Show ไม่ใช่แค่การตกแต่งพื้นที่ให้สวยงาม แต่เป็นการวางแผนพื้นที่เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมและสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ บทความนี้รวมสิ่งที่ควรเตรียมก่อนรับออกแบบบูธ ตั้งแต่การวาง Concept การจัด Layout การเลือกวัสดุ ไปจนถึงการผลิตและติดตั้งจริง

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE