ก่อนเริ่มทำ SEO ต้องตรวจเว็บไซต์อะไรบ้าง

ก่อนเริ่มทำ SEO ต้องตรวจเว็บไซต์อะไรบ้าง? รวมเช็กลิสต์ Technical SEO, Keyword, On-Page, ความเร็วเว็บ Backlink และระบบวัดผล เพื่อวางแผน SEO ให้ตรงจุด

ก่อนเริ่มทำ SEO ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

ก่อนเริ่มทำ SEO ควรตรวจสอบสภาพเว็บไซต์โดยรวมก่อน เพื่อค้นหาปัญหาที่อาจขัดขวางการจัดอันดับบน Google และวางแผนปรับปรุงให้ตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจ โดยมี 8 ด้านหลักที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  1. Technical SEO: ตรวจสอบการเข้าถึงเว็บไซต์ การจัดทำดัชนี (Indexing) และข้อผิดพลาดทางเทคนิค
  2. Keyword และ Search Intent: ตรวจสอบว่าหน้าเว็บไซต์ตรงกับคำค้นหาและความต้องการของลูกค้าหรือไม่
  3. โครงสร้างเว็บไซต์: ตรวจสอบเมนู URL และการเชื่อมโยงระหว่างหน้า
  4. คุณภาพเนื้อหา: ตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้อง และความซ้ำซ้อนของบทความ
  5. On-Page SEO: ตรวจสอบ Title Tag, Meta Description, Heading และ Internal Link
  6. ความเร็วและประสบการณ์ผู้ใช้: ตรวจสอบ Core Web Vitals และการใช้งานบนมือถือ
  7. Backlink และความน่าเชื่อถือ: ตรวจสอบลิงก์ที่เข้ามายังเว็บไซต์และความน่าเชื่อถือของข้อมูล
  8. ระบบวัดผล: ตรวจสอบ Google Search Console, Google Analytics และการติดตาม Conversion

การตรวจสอบเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าเว็บไซต์มีพื้นฐานพร้อมสำหรับการทำ SEO หรือไม่ และควรแก้ไขปัญหาใดก่อนลงทุนเพิ่ม ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องปรับทุกอย่างพร้อมกัน ควรเริ่มจากปัญหาที่กระทบต่อการเข้าถึงเว็บไซต์ การจัดทำดัชนี และเป้าหมายทางธุรกิจมากที่สุด

ทำ SEO
SEO

ทำไมต้องตรวจเว็บไซต์ก่อนเริ่มทำ SEO?

หลายธุรกิจเริ่มทำ SEO ด้วยการเขียนบทความใหม่หรือเพิ่ม Keyword ลงในหน้าเว็บไซต์ทันที แต่หากเว็บไซต์มีปัญหาทางเทคนิค เช่น Google เข้าถึงหน้าเว็บไม่ได้ หน้าเว็บสำคัญถูกตั้งค่าไม่ให้จัดทำดัชนี หรือโครงสร้างเว็บไซต์ไม่เอื้อต่อการค้นหา การเพิ่มเนื้อหาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นตามที่คาดหวัง

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์บริษัทมีบทความจำนวนมาก แต่หน้าบริการหลักไม่มีข้อมูลที่ตรงกับคำค้นหาของลูกค้า หรือมีปุ่มติดต่อที่ใช้งานไม่ได้ แม้จำนวนผู้เข้าชมจะเพิ่มขึ้น ก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าได้ตามเป้าหมาย

การตรวจเว็บไซต์ก่อนเริ่ม SEO จึงมีประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่

  • ค้นหาปัญหาที่ทำให้ Google เข้าถึงหรือจัดทำดัชนีหน้าเว็บได้ยาก
  • ลดการเสียเวลาและงบประมาณไปกับการปรับปรุงที่ยังไม่ตรงจุด
  • วางแผน Keyword ให้เหมาะกับบริการและกลุ่มลูกค้า
  • ปรับปรุงเนื้อหาให้ตอบโจทย์ความต้องการค้นหา
  • เพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าชมทำกิจกรรมที่ธุรกิจต้องการ เช่น โทรสอบถามหรือขอใบเสนอราคา
  • กำหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินผล SEO ได้ชัดเจนขึ้น

1. ตรวจสอบ Technical SEO ก่อนเป็นอันดับแรก

Technical SEO คือการตรวจสอบด้านเทคนิคที่ช่วยให้ Search Engine สามารถเข้าถึง ทำความเข้าใจ และจัดทำดัชนีหน้าเว็บไซต์ได้อย่างเหมาะสม

สิ่งที่ควรตรวจสอบมีดังนี้

Google เข้าถึงเว็บไซต์ได้หรือไม่?

ตรวจสอบว่าเว็บไซต์เปิดใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีข้อผิดพลาดที่ทำให้ผู้ใช้หรือ Googlebot เข้าถึงหน้าเว็บสำคัญไม่ได้ เช่น ปัญหาเซิร์ฟเวอร์ ข้อผิดพลาด 5xx หรือหน้าที่แสดงสถานะ 404 โดยไม่จำเป็น

หน้าเว็บสำคัญถูกจัดทำดัชนีหรือไม่?

ตรวจสอบว่าหน้าบริการ บทความ และหน้าสำคัญอื่น ๆ สามารถปรากฏใน Google ได้หรือไม่ โดยใช้ Google Search Console ดูข้อมูล Indexing และตรวจสอบ URL ที่ต้องการเป็นรายหน้า

หากหน้าเว็บไม่ถูกจัดทำดัชนี ควรตรวจสอบสาเหตุ เช่น มีคำสั่ง noindex หรือไม่ มีการตั้งค่า Canonical ถูกต้องหรือเปล่า และเนื้อหาหน้านั้นมีคุณภาพเพียงพอหรือไม่

Sitemap และ Robots.txt ถูกต้องหรือไม่?

Sitemap ช่วยแจ้งรายการ URL ที่สำคัญให้ Search Engine ค้นพบได้สะดวกขึ้น ส่วน Robots.txt ใช้กำหนดการเข้าถึง URL บางประเภทโดย Crawler

ควรตรวจสอบว่า Sitemap มี URL ที่ต้องการให้จัดทำดัชนี และไม่มีการตั้งค่า Robots.txt ที่ขัดขวางการเข้าถึงหน้าเว็บสำคัญโดยไม่ตั้งใจ

เว็บไซต์มี HTTPS หรือไม่?

ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ใช้ HTTPS และไม่มีปัญหาใบรับรอง SSL/TLS รวมถึงไม่มีทรัพยากรบางส่วนที่โหลดผ่าน HTTP โดยไม่จำเป็น

เครื่องมือแนะนำ: Google Search Console, Page Indexing Report, URL Inspection และเครื่องมือตรวจสอบเว็บไซต์ เช่น Screaming Frog SEO Spider

2. ตรวจสอบ Keyword และ Search Intent

ก่อนทำ SEO ต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าค้นหาคำอะไร และเมื่อค้นหาคำนั้นแล้วต้องการข้อมูลแบบไหน

Search Intent คือเจตนาหรือความต้องการเบื้องหลังการค้นหา ซึ่งอาจเป็นการหาความรู้ เปรียบเทียบตัวเลือก ค้นหาผู้ให้บริการ หรือพร้อมติดต่อเพื่อซื้อสินค้าและบริการ

ตัวอย่างสำหรับธุรกิจรับทำเว็บไซต์และ SEO

Keywordความต้องการของผู้ค้นหาหน้าที่เหมาะสม
SEO คืออะไรต้องการเรียนรู้พื้นฐานบทความให้ความรู้
รับทำ SEOกำลังมองหาผู้ให้บริการหน้าบริการ SEO
ราคา SEO รายเดือนต้องการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายหน้าราคา หรือบทความอธิบายราคา
รับทำเว็บไซต์บริษัทต้องการจ้างทำเว็บไซต์หน้าบริการรับทำเว็บไซต์
SEO ใช้เวลากี่เดือนต้องการเข้าใจระยะเวลาและผลลัพธ์บทความให้ข้อมูล

การเลือก Keyword ไม่ควรพิจารณาเฉพาะปริมาณการค้นหา แต่ควรดูด้วยว่าคำดังกล่าวเกี่ยวข้องกับธุรกิจมากน้อยเพียงใด และสามารถนำผู้เข้าชมไปสู่เป้าหมายได้หรือไม่

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบว่าเว็บไซต์มีหลายหน้าที่แข่งขันกันเองด้วย Keyword เดียวกันหรือไม่ หากมี ควรพิจารณาปรับบทบาทของแต่ละหน้า รวมเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน หรือเชื่อมโยงเนื้อหาให้เป็นระบบ

3. ตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์และ URL

โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีช่วยให้ผู้เข้าชมค้นหาข้อมูลได้ง่าย และช่วยให้ Search Engine เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างหน้าเว็บ

สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • เมนูหลักแบ่งหมวดหมู่ชัดเจนหรือไม่
  • หน้าบริการสำคัญเข้าถึงได้สะดวกหรือไม่
  • URL สั้น อ่านเข้าใจง่าย และสื่อถึงเนื้อหาหรือไม่
  • มีหน้าที่ซ้ำกันหรือ URL หลายรูปแบบที่แสดงเนื้อหาเดียวกันหรือไม่
  • มีหน้าเว็บที่ไม่มีลิงก์ภายในชี้ถึง หรือ Orphan Pages หรือไม่
  • Internal Link เชื่อมโยงระหว่างหน้าบริการ บทความ และหน้าที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  • Breadcrumbs ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจตำแหน่งของหน้าได้หรือไม่

ตัวอย่างโครงสร้างเว็บไซต์บริษัทรับทำ SEO อาจจัดได้ดังนี้

  • หน้าหลัก
  • บริการ SEO
    • SEO สำหรับธุรกิจ B2B
    • SEO สำหรับ E-Commerce
    • Local SEO
  • บทความ SEO
    • การวาง Keyword
    • Technical SEO
    • การวัดผล SEO
  • ผลงานและกรณีศึกษา
  • ติดต่อเรา

ไม่จำเป็นต้องสร้างหน้าแยกทุก Keyword หากเนื้อหามีความต้องการค้นหาใกล้เคียงกัน ควรออกแบบโครงสร้างให้ตอบโจทย์ผู้ใช้มากกว่าการสร้างหน้าเว็บจำนวนมากโดยไม่มีความแตกต่างที่มีประโยชน์

4. ตรวจสอบคุณภาพและความซ้ำซ้อนของเนื้อหา

เนื้อหาเป็นองค์ประกอบสำคัญของ SEO แต่การมีบทความจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าเว็บไซต์จะมีคุณภาพดีเสมอไป

ควรตรวจสอบว่าเนื้อหาแต่ละหน้าตอบคำถามของผู้ใช้ได้ครบถ้วน มีข้อมูลที่ถูกต้อง และให้ประโยชน์มากกว่าเพียงการนำ Keyword มาเรียงต่อกัน

เช็กลิสต์สำหรับตรวจเนื้อหา

  • เนื้อหาตรงกับหัวข้อและความต้องการค้นหาหรือไม่
  • มีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันหรือไม่
  • อธิบายบริการ ข้อดี ข้อจำกัด หรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนหรือไม่
  • มีเนื้อหาซ้ำกับหน้าอื่นมากเกินไปหรือไม่
  • มีตัวอย่างจริง ประสบการณ์ หรือข้อมูลที่ช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้หรือไม่
  • มีหัวข้อ H1, H2 และ H3 ที่แบ่งเนื้อหาอย่างเป็นระบบหรือไม่
  • มีการอัปเดตบทความที่ล้าสมัยหรือไม่
  • มีการระบุแหล่งอ้างอิงเมื่อจำเป็นหรือไม่

หากใช้ AI ช่วยผลิตเนื้อหา ควรตรวจสอบข้อเท็จจริง ความถูกต้อง และเพิ่มคุณค่าที่เหมาะกับธุรกิจจริง ไม่ควรเผยแพร่บทความจำนวนมากที่มีเนื้อหาคล้ายกันโดยไม่มีประโยชน์เพิ่มเติมต่อผู้อ่าน

ควรปรับปรุงบทความเก่าหรือเขียนบทความใหม่?

สถานการณ์แนวทางที่ควรพิจารณา
บทความมีอันดับและมีผู้เข้าชมอยู่แล้ว แต่ข้อมูลเก่าอัปเดตข้อมูลและเพิ่มรายละเอียดที่จำเป็น
บทความตอบคำถามไม่ครบปรับโครงสร้างและเพิ่มเนื้อหาที่เป็นประโยชน์
หลายหน้ามีเนื้อหาและ Search Intent ใกล้เคียงกันพิจารณารวมเนื้อหาหรือกำหนดบทบาทแต่ละหน้าใหม่
ยังไม่มีหน้าที่ตอบโจทย์บริการหลักสร้างหน้าบริการใหม่ให้ตรงกับความต้องการ
บทความไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่มีประโยชน์แล้วประเมินว่าจะปรับปรุง รวมหน้า หรือยกเลิกอย่างเหมาะสม

ไม่ควรลบบทความเพียงเพราะมี Traffic ต่ำในช่วงสั้น ๆ ควรตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ความสำคัญต่อธุรกิจ และโอกาสในการปรับปรุงก่อนตัดสินใจ

5. ตรวจสอบ On-Page SEO ให้ครบทุกหน้า

On-Page SEO คือการปรับองค์ประกอบภายในหน้าเว็บ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้และ Search Engine เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น

องค์ประกอบสิ่งที่ควรตรวจสอบ
Title Tagสื่อถึงเนื้อหา มีความเฉพาะเจาะจง และไม่ซ้ำกันโดยไม่จำเป็น
Meta Descriptionสรุปเนื้อหาอย่างตรงประเด็นและช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจสิ่งที่จะได้รับ
H1ระบุหัวข้อหลักของหน้าอย่างชัดเจน
H2 และ H3แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนที่อ่านง่ายและมีลำดับ
รูปภาพใช้ภาพที่เกี่ยวข้อง ขนาดเหมาะสม และมี Alt Text เมื่อช่วยอธิบายภาพ
Internal Linkเชื่อมโยงไปยังหน้าที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมชาติ
Canonicalระบุ URL หลักอย่างเหมาะสมเมื่อมีหน้าเนื้อหาซ้ำหรือใกล้เคียง
Structured Dataใช้ Schema ที่ตรงกับเนื้อหาและประเภทหน้าเว็บ

ควรเขียน Title และ Meta Description ให้สะท้อนเนื้อหาจริง ไม่จำเป็นต้องใส่ Keyword ซ้ำหลายครั้ง และไม่ควรใช้ข้อความโฆษณาที่รับประกันผลลัพธ์เกินจริง

6. ตรวจสอบความเร็วเว็บไซต์และประสบการณ์ผู้ใช้

เว็บไซต์ที่โหลดช้า ใช้งานยาก หรือแสดงผลผิดพลาดบนมือถือ อาจทำให้ผู้เข้าชมออกจากเว็บไซต์ก่อนพบข้อมูลที่ต้องการ

การตรวจสอบควรครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพทางเทคนิคและประสบการณ์ผู้ใช้จริง โดยเฉพาะหน้าบริการที่ต้องการให้เกิด Conversion

ตัวชี้วัด Core Web Vitals ที่ควรรู้

ตัวชี้วัดสิ่งที่วัดเป้าหมายที่แนะนำ
LCPระยะเวลาโหลดเนื้อหาหลักที่ใหญ่ที่สุดไม่เกิน 2.5 วินาที
INPความรวดเร็วในการตอบสนองต่อการโต้ตอบไม่เกิน 200 มิลลิวินาที
CLSความไม่เสถียรของตำแหน่งองค์ประกอบบนหน้าไม่เกิน 0.1

ค่าข้างต้นเป็นเกณฑ์ที่แนะนำของ Google โดยพิจารณาจากเปอร์เซ็นไทล์ที่ 75 ของการเข้าชม

ทำ SEO
SEO

แนวทางปรับปรุงเบื้องต้น ได้แก่

  • บีบอัดภาพและใช้รูปแบบที่เหมาะสม เช่น WebP หรือ AVIF
  • ลด JavaScript และ CSS ที่ไม่จำเป็น
  • ตรวจสอบปลั๊กอินหรือสคริปต์จากบุคคลที่สาม
  • กำหนดขนาดภาพและพื้นที่องค์ประกอบให้เหมาะสม เพื่อลด Layout Shift
  • ปรับปรุงการตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์
  • ทดสอบการใช้งานบนมือถือจริง

เครื่องมือแนะนำ: Google PageSpeed Insights, Lighthouse และรายงาน Core Web Vitals ใน Google Search Console

ควรจำไว้ว่า Core Web Vitals เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์หน้าเว็บ ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดอันดับ SEO จึงควรปรับปรุงควบคู่กับคุณภาพเนื้อหาและความตรงกับความต้องการค้นหา

7. ตรวจสอบ Backlink และความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์

Backlink คือลิงก์จากเว็บไซต์อื่นที่ชี้มายังเว็บไซต์ของเรา ลิงก์จากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถืออาจช่วยให้เว็บไซต์ได้รับการค้นพบและสนับสนุนสัญญาณด้านความน่าเชื่อถือได้

ก่อนเริ่มทำ SEO ควรตรวจสอบว่า

  • เว็บไซต์มี Backlink จากแหล่งใดบ้าง
  • ลิงก์ที่ได้รับเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่
  • มีลิงก์ที่ผิดปกติหรือเกิดจากการทำสแปมหรือไม่
  • หน้าเว็บที่ได้รับ Backlink ยังใช้งานได้หรือไม่
  • มีโอกาสสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าเพื่อให้เว็บไซต์อื่นอ้างอิงหรือไม่

ไม่ควรตัดสินคุณภาพ Backlink จากจำนวนลิงก์หรือคะแนนของเครื่องมือเพียงอย่างเดียว และไม่ควรรีบปฏิเสธลิงก์ (Disavow) โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน เพราะเครื่องมือและรายงานจากผู้ให้บริการภายนอกอาจมีข้อจำกัด

นอกจาก Backlink แล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลธุรกิจ เช่น ชื่อบริษัท ที่อยู่ ช่องทางติดต่อ ประสบการณ์ ผลงาน และข้อมูลผู้เขียนให้ถูกต้องสอดคล้องกัน โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นก่อนให้ลูกค้าติดต่อ

8. ตรวจสอบระบบวัดผลก่อนเริ่ม SEO

หากไม่มีข้อมูลก่อนเริ่มงาน จะประเมินได้ยากว่าการทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์ดีขึ้นมากน้อยเพียงใด

เครื่องมือพื้นฐานที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • Google Search Console: ดูจำนวนการแสดงผล คลิก คำค้นหา และปัญหาด้านการจัดทำดัชนี
  • Google Analytics 4: ดูพฤติกรรมผู้เข้าชม แหล่งที่มาของ Traffic และกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์
  • ระบบติดตาม Conversion: วัดการส่งแบบฟอร์ม การคลิกโทรศัพท์ หรือการคลิกช่องทางติดต่อ
  • ระบบ CRM: ใช้ติดตามคุณภาพ Lead และตรวจสอบว่า Lead เปลี่ยนเป็นลูกค้าจริงหรือไม่

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์อาจมี Organic Traffic เพิ่มขึ้น แต่ Lead ไม่เพิ่มตาม หากวัดผลเฉพาะจำนวนผู้เข้าชม ธุรกิจอาจมองไม่เห็นปัญหาที่แท้จริง การติดตามตั้งแต่การค้นหาไปจนถึงการติดต่อจึงช่วยให้วางแผน SEO ได้ตรงกับเป้าหมายมากขึ้น

9. ตรวจสอบ SEO สำหรับ AEO และ GEO ด้วย

ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลไม่ได้จำกัดอยู่แค่รายการลิงก์บน Search Engine แต่ยังมีระบบที่สรุปคำตอบหรือช่วยค้นหาข้อมูลด้วย AI การเตรียมเนื้อหาให้ชัดเจนและมีประโยชน์จึงเป็นอีกแนวทางที่ควรพิจารณา

  • AEO (Answer Engine Optimization): จัดเนื้อหาให้ตอบคำถามของผู้ใช้โดยตรง เช่น อธิบายความหมาย ขั้นตอน ข้อดี ข้อจำกัด และคำถามที่พบบ่อย
  • GEO (Generative Engine Optimization): สร้างเนื้อหาที่มีข้อมูลชัดเจน มีบริบท มีหลักฐานสนับสนุน และระบุแหล่งอ้างอิงเมื่อจำเป็น เพื่อช่วยให้ระบบ AI ทำความเข้าใจข้อมูลได้
  • SEO: ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ ทั้งการเข้าถึงเว็บไซต์ การจัดทำดัชนี คุณภาพเนื้อหา และประสบการณ์ผู้ใช้

แนวทางตรวจสอบเพิ่มเติม ได้แก่

  1. หน้าเว็บตอบคำถามหลักได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงต้นหรือไม่
  2. มีหัวข้อที่แบ่งข้อมูลเป็นส่วน ๆ และอ่านเข้าใจง่ายหรือไม่
  3. ข้อมูลสำคัญมีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้หรือไม่
  4. มีการระบุชื่อธุรกิจ ผู้เขียน หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างเหมาะสมหรือไม่
  5. เนื้อหาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริง แทนการเขียนซ้ำเพื่อใส่ Keyword หรือไม่
  6. ข้อมูลสำคัญสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนหรือไม่

การทำ AEO และ GEO ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสร้างหน้าเว็บแยกสำหรับ AI โดยเฉพาะ และไม่มีวิธีใดรับประกันว่าจะทำให้เว็บไซต์ปรากฏใน AI Overview หรือคำตอบของระบบ AI ได้ การสร้างข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมีความน่าเชื่อถือยังคงเป็นแนวทางสำคัญ

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มทำ SEO สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ

สามารถใช้รายการนี้ตรวจสอบเว็บไซต์เบื้องต้นก่อนเริ่มวางแผน SEO ได้

Website SEO Audit Checklist

0/12 รายการ

Technical SEOเว็บไซต์เปิดใช้งานได้ปกติและใช้ HTTPSตรวจสอบ Indexing และ URL สำคัญใน Google Search Consoleตรวจสอบ Sitemap, Robots.txt และ Canonical

Keyword และเนื้อหากำหนด Keyword และ Search Intent ของหน้าสำคัญตรวจสอบเนื้อหาซ้ำและหน้าที่แข่งขันกันเองตรวจสอบ Title, Meta Description และ Heading

ประสบการณ์ผู้ใช้ทดสอบเว็บไซต์บนมือถือตรวจสอบความเร็วและ Core Web Vitalsตรวจสอบปุ่มติดต่อและแบบฟอร์ม

ความน่าเชื่อถือและการวัดผลตรวจสอบ Backlink และข้อมูลธุรกิจติดตั้งหรือทดสอบ Search Console และ Analyticsกำหนด Conversion ที่ต้องการวัดผล

เริ่มตรวจใหม่คัดลอกเช็กลิสต์

สรุป: ตรวจเว็บไซต์ก่อนทำ SEO ช่วยให้วางแผนได้ตรงจุด

ก่อนเริ่มทำ SEO ควรตรวจสอบเว็บไซต์ทั้งด้านเทคนิค Keyword โครงสร้างเว็บไซต์ คุณภาพเนื้อหา ความเร็ว Backlink และระบบวัดผล เพื่อให้ทราบว่าปัญหาที่แท้จริงอยู่ตรงไหนและควรจัดลำดับการปรับปรุงอย่างไร

หากเว็บไซต์ยังมีปัญหาด้านการเข้าถึงหรือการจัดทำดัชนี ควรแก้ไขปัญหาเหล่านั้นก่อนเร่งผลิตบทความจำนวนมาก จากนั้นจึงพัฒนาเนื้อหาให้ตรงกับ Search Intent ปรับประสบการณ์ผู้ใช้ และติดตามผลจากทั้ง Traffic และ Conversion

สำหรับธุรกิจที่ต้องการรับทำ SEO อย่างจริงจัง การตรวจเว็บไซต์ก่อนเริ่มงานยังช่วยกำหนดขอบเขตงาน วางแผนงบประมาณ และตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้ โดยไม่ต้องคาดเดาจากอันดับ Keyword เพียงอย่างเดียว

#ทำSEO #ตรวจเว็บไซต์ #SEOเว็บไซต์ #TechnicalSEO #OnPageSEO #วางแผนSEO #เพิ่มอันดับGoogle #การตลาดออนไลน์

➡️ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
➡️หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
➡️ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
ทำ SEO SEO

More Posts

รับทำเว็บไซต์ เว็บไซต์ธุรกิจ

รับทำเว็บไซต์ธุรกิจบริการ ออกแบบอย่างไรให้ลูกค้าติดต่อ

รับทำเว็บไซต์ธุรกิจบริการ ออกแบบ UX/UI ให้ใช้งานง่าย เพิ่มความน่าเชื่อถือ วาง SEO และ CTA ให้ชัดเจน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าติดต่อและขอใบเสนอราคา

รับทำเว็บไซต์

รับทำเว็บไซต์ คืออะไร? เหมาะกับธุรกิจแบบไหนในปี 2026

รับทำเว็บไซต์ คืออะไร? ทำความเข้าใจรูปแบบเว็บไซต์ที่เหมาะกับธุรกิจในปี 2026 พร้อมวิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ วางพื้นฐาน SEO และเพิ่มโอกาสสร้างลูกค้าจากช่องทางออนไลน์

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE