ออกแบบบูธ 3×3, 3×6, 6×6 ต่างกันอย่างไร ควรวางแผนแบบไหน

ออกแบบบูธ 3x3, 3x6 และ 6x6 ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบพื้นที่ การใช้งาน และแนวทางวางผังบูธ พร้อมเทคนิคเลือกขนาดบูธให้เหมาะกับธุรกิจและงบประมาณ

การออกแบบบูธแสดงสินค้าไม่ได้มีคำตอบว่าพื้นที่ขนาดใหญ่จะดีกว่าเสมอไป เพราะ บูธ 3×3, 3×6 และ 6×6 เมตร มีข้อจำกัดและจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งเรื่องพื้นที่ใช้งาน จำนวนสินค้า จำนวนพนักงาน การจัดทางเดิน รวมถึงงบประมาณในการตกแต่ง

ดังนั้น ก่อนจองพื้นที่หรือเริ่มออกแบบบูธ ควรดูมากกว่าแค่ “มีพื้นที่กี่ตารางเมตร” แต่ต้องวางแผนว่าต้องการให้ลูกค้า เห็นอะไร เดินอย่างไร หยุดตรงไหน และทำอะไรต่อหลังเข้าบูธ

บูธ 3×3, 3×6 และ 6×6 ต่างกันอย่างไร?

บูธ 3×3 เมตร มีพื้นที่ 9 ตร.ม. เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการบูธขนาดกะทัดรัด เน้นแนะนำแบรนด์ สินค้าหลัก หรือเก็บ Lead โดยควรใช้การออกแบบแนวตั้งและเลือกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น

บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่ 18 ตร.ม. ให้พื้นที่มากขึ้นเป็น 2 เท่าของบูธ 3×3 สามารถแบ่งโซนสินค้า เคาน์เตอร์พูดคุย และพื้นที่สาธิตได้ชัดเจน เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมมากขึ้น

บูธ 6×6 เมตร มีพื้นที่ 36 ตร.ม. เหมาะกับแบรนด์ที่มีสินค้าและกิจกรรมหลายประเภท ต้องการพื้นที่รับรองลูกค้า ห้องประชุมย่อย พื้นที่ Demo หรือสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างจริงจัง

สรุปง่าย ๆ คือ 3×3 เน้นกระชับ, 3×6 เน้นแบ่งโซน, 6×6 เน้นประสบการณ์และการใช้งานหลายฟังก์ชัน

ออกแบบบูธ

ขนาดบูธ 3×3, 3×6, 6×6 มีพื้นที่เท่าไร?

ก่อนออกแบบควรคำนวณพื้นที่จริงก่อน เพราะขนาดบูธส่งผลโดยตรงต่อจำนวนโซนที่สามารถจัดวางได้

ขนาดบูธพื้นที่ลักษณะการใช้งานที่เหมาะ
3 x 3 เมตร9 ตร.ม.บูธแนะนำแบรนด์ สินค้าหลัก เก็บ Lead
3 x 6 เมตร18 ตร.ม.แสดงสินค้า Demo พูดคุยกับลูกค้า
6 x 6 เมตร36 ตร.ม.แบรนด์ขนาดใหญ่ Demo ห้องประชุม กิจกรรม
6 x 6 เมตร36 ตร.ม.สร้างประสบการณ์แบรนด์และรองรับผู้เข้าชมจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าจะนำไปวางอุปกรณ์ได้เต็ม 100% เพราะต้องเผื่อพื้นที่สำหรับ ทางเดิน จุดยืนของลูกค้า ประตูห้องเก็บของ เคาน์เตอร์ และระยะการมองเห็น


บูธ 3×3 เมตร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

บูธ 3×3 เป็นขนาดที่พบได้บ่อยในงานแสดงสินค้า เพราะใช้พื้นที่ไม่มากและสามารถควบคุมงบประมาณได้ง่าย

แต่ข้อจำกัดคือมีพื้นที่เพียง 9 ตร.ม. ดังนั้นไม่ควรพยายามใส่ทุกอย่างลงไปในบูธ

แนวทางออกแบบบูธ 3×3

ควรเลือกสิ่งที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจน เช่น

  • Logo และชื่อแบรนด์
  • สินค้าหรือบริการเด่น 1–3 รายการ
  • จุดรับข้อมูลหรือเก็บ Lead
  • จอแสดงสินค้า ถ้าจำเป็น
  • ชั้นวางสินค้าขนาดกะทัดรัด
  • QR Code สำหรับดู Catalog หรือสอบถามข้อมูล

เทคนิคสำคัญ: ใช้พื้นที่แนวตั้งให้มากขึ้น แทนที่จะวางทุกอย่างไว้บนพื้น

ตัวอย่างเช่น ผนังด้านหลังสามารถใช้เป็น Hero Graphic ส่วนสินค้าอาจใช้ชั้นวางแบบสูงเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่


บูธ 3×6 เมตร เหมาะกับใคร?

เมื่อเพิ่มความกว้างเป็น 6 เมตร พื้นที่จะเพิ่มเป็น 18 ตร.ม. ทำให้สามารถแบ่งพื้นที่ใช้งานได้ชัดเจนกว่า 3×3

ตัวอย่างการแบ่งโซน เช่น

โซนที่ 1: Brand Zone
ใช้สำหรับสร้างความโดดเด่นและทำให้คนมองเห็นบูธจากระยะไกล

โซนที่ 2: Product Zone
ใช้สำหรับจัดแสดงสินค้าหรือบริการหลัก

โซนที่ 3: Demo Zone
สำหรับสาธิตสินค้า ทดลองใช้งาน หรือเปิดวิดีโอ

โซนที่ 4: Consultation Zone
สำหรับฝ่ายขายพูดคุยกับลูกค้าที่สนใจ

ข้อดีของบูธ 3×6 คือสามารถทำให้ลูกค้า “เดินเข้ามาแล้วค่อย ๆ รู้จักแบรนด์” ได้มากกว่าการเห็นสินค้าเพียงจุดเดียว


บูธ 6×6 เมตร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

บูธ 6×6 มีพื้นที่ถึง 36 ตร.ม. จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการใช้บูธเป็นมากกว่าพื้นที่โชว์สินค้า

สามารถออกแบบให้มีหลายฟังก์ชันภายในพื้นที่เดียว เช่น

  • Brand Experience
  • Product Display
  • Demo Area
  • Meeting Area
  • ห้องประชุมส่วนตัว
  • Counter รับลูกค้า
  • Storage
  • Interactive Activity
  • จุดถ่ายรูป
  • Digital Display

พื้นที่ขนาดนี้เปิดโอกาสให้วาง Customer Journey ได้ละเอียดขึ้น แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะถ้าวางองค์ประกอบมากเกินไป บูธขนาดใหญ่ก็สามารถดูรกและใช้งานไม่สะดวกได้เช่นกัน


ตารางเปรียบเทียบบูธ 3×3 vs 3×6 vs 6×6

หัวข้อ3×33×66×6
พื้นที่9 ตร.ม.18 ตร.ม.36 ตร.ม.
งบประมาณต่ำ–กลางกลางกลาง–สูง
จำนวนโซนน้อยปานกลางหลายโซน
การจัดแสดงสินค้าเน้นสินค้าหลักหลายสินค้าสินค้าหลายกลุ่ม
พื้นที่ Demoจำกัดทำได้ทำได้เต็มรูปแบบ
พื้นที่พูดคุยจำกัดมีพื้นที่แยกได้ทำ Meeting Area ได้
รองรับทีมงานทีมเล็กทีมปานกลางทีมหลายคน
เหมาะกับกิจกรรมเล็กปานกลางหลากหลาย
การสร้าง Brand Experience⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐

เลือกขนาดบูธจาก “เป้าหมาย” ไม่ใช่เลือกจากพื้นที่อย่างเดียว

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเลือกพื้นที่ก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะนำอะไรมาใส่ในบูธ

วิธีที่ดีกว่าคือเริ่มจากคำถามว่า

“หลังจากลูกค้าเดินออกจากบูธ เราต้องการให้เขาทำอะไร?”

ตัวอย่างเช่น

เป้าหมายขนาดบูธที่น่าสนใจ
ต้องการสร้าง Brand Awareness3×3 / 3×6
เปิดตัวสินค้าใหม่3×6 / 6×6
ต้องการ Demo3×6 / 6×6
ต้องการพบลูกค้า B2B3×6 / 6×6
ต้องการมีห้องประชุม6×6
ต้องการจัดกิจกรรม6×6
ต้องการเก็บ Lead จำนวนมาก3×6 / 6×6
งบประมาณจำกัด3×3

ไม่มีขนาดบูธใดดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ เพราะเป้าหมายของการออกงานแต่ละงานแตกต่างกัน


วางแผนบูธอย่างไรให้ใช้พื้นที่ได้คุ้ม?

1. กำหนดเป้าหมายก่อนออกแบบ

ควรกำหนด KPI ก่อน เช่น

  • จำนวน Lead ที่ต้องการ
  • จำนวนคนเข้าบูธ
  • จำนวน Demo
  • จำนวนการนัดหมาย
  • จำนวนใบเสนอราคา
  • จำนวนลูกค้าใหม่
  • จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

เมื่อรู้เป้าหมายแล้วจึงค่อยกำหนดพื้นที่ที่ต้องใช้


2. วาง Customer Journey

ลองคิดเส้นทางของลูกค้าตั้งแต่เห็นบูธจนถึงการติดต่อฝ่ายขาย

เห็นบูธ → สนใจ → เดินเข้ามา → ดูสินค้า → ทดลอง/Demo → พูดคุย → ฝากข้อมูล → นัดหมาย

แต่ละขั้นควรมีพื้นที่รองรับ

ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ลูกค้าทดลองสินค้า แต่ไม่มีพื้นที่ให้ยืนทดลอง การออกแบบก็อาจไม่ตอบโจทย์แม้บูธจะสวยก็ตาม


3. แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลัก

สำหรับบูธทั่วไป สามารถเริ่มต้นจากการแบ่งพื้นที่เป็น

Attraction Zone

พื้นที่ดึงดูดสายตาจากด้านนอก เช่น

  • Logo
  • Headline
  • จอ LED
  • Product Hero
  • Graphic

Engagement Zone

พื้นที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วม เช่น

  • Demo
  • ทดลองสินค้า
  • Interactive Display
  • พูดคุยกับทีมงาน

Conversion Zone

พื้นที่เปลี่ยนผู้สนใจให้กลายเป็น Lead เช่น

  • โต๊ะเจรจา
  • Meeting Area
  • QR Code
  • ลงทะเบียน
  • นัดหมายฝ่ายขาย

การแบ่งแบบนี้ช่วยให้บูธไม่ได้มีหน้าที่เพียง “สวย” แต่สามารถสนับสนุนกระบวนการขายได้จริง


4. อย่าวางของจนทางเดินแคบ

บูธที่มีพื้นที่มากไม่ได้หมายความว่าต้องใส่เฟอร์นิเจอร์ให้มากที่สุด

พื้นที่ที่ควรเผื่อ ได้แก่

  • ทางเดิน
  • จุดยืนดูสินค้า
  • จุด Demo
  • พื้นที่เปิดประตู
  • พื้นที่นั่ง
  • พื้นที่สำหรับพนักงาน
  • จุดเก็บของ

โดยเฉพาะบูธ 3×3 ควรระวังเรื่องเฟอร์นิเจอร์มากเป็นพิเศษ เพราะโต๊ะหรือเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่สามารถกินพื้นที่ใช้งานไปอย่างรวดเร็ว


5. ใช้พื้นที่แนวตั้งให้เกิดประโยชน์

สำหรับบูธขนาดเล็ก วิธีเพิ่มความโดดเด่นโดยไม่เพิ่มพื้นที่พื้น คือการใช้พื้นที่ด้านบน

ตัวอย่างเช่น

  • ป้าย Logo แขวน
  • Lightbox
  • จอ LED
  • Graphic Wall
  • ชั้นวางสินค้าแนวตั้ง
  • ป้ายข้อความสั้น ๆ

แต่ควรระวังไม่ให้ข้อความอยู่สูงจนอ่านไม่ได้จากระดับสายตา


6. ออกแบบให้มองเห็นบูธได้จากระยะไกล

คนในงานแสดงสินค้าไม่ได้เดินผ่านบูธแบบหยุดดูทุกจุด ดังนั้นต้องทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่า

“แบรนด์นี้ทำอะไร?”

ควรมีข้อความหลักที่สั้นและอ่านง่าย เช่น

โซลูชันจัดการคลังสินค้าแบบครบวงจร

ดีกว่าการใส่รายละเอียดบริการ 10–20 รายการไว้เต็มผนัง

หลักง่าย ๆ คือ เห็นจากไกล → เข้าใจจากใกล้ → สนใจเมื่อเข้าบูธ


7. วางแผนพื้นที่เก็บของตั้งแต่แรก

Storage เป็นส่วนที่หลายคนมองข้าม แต่เมื่อใช้งานจริงกลับสำคัญมาก

ภายในบูธอาจต้องเก็บ

  • กล่องสินค้า
  • Catalog
  • ของแจก
  • กระเป๋า
  • อุปกรณ์ Demo
  • สต็อกสินค้า
  • ของใช้ส่วนตัวของทีมงาน

ถ้าไม่มีพื้นที่เก็บของ สิ่งของเหล่านี้อาจถูกวางไว้ใต้โต๊ะหรือหลังเคาน์เตอร์จนทำให้บูธดูไม่เรียบร้อย


งบประมาณบูธ 3×3, 3×6 และ 6×6 ต้องคิดจากอะไร?

ราคาการออกแบบและก่อสร้างบูธไม่ได้ขึ้นอยู่กับพื้นที่เพียงอย่างเดียว

ต้นทุนอาจมาจากหลายส่วน เช่น

รายการผลต่อต้นทุน
ขนาดพื้นที่สูง
วัสดุตกแต่งสูง
โครงสร้างพิเศษสูง
LED / Digital Displayปานกลาง–สูง
เฟอร์นิเจอร์ปานกลาง
ระบบไฟปานกลาง
งานพิมพ์กราฟิกต่ำ–ปานกลาง
ห้องประชุมปานกลาง–สูง
Interactive / Activityปานกลาง–สูง
งานติดตั้งและรื้อถอนต้องคำนวณ

ดังนั้นการเปรียบเทียบงบควรดู “ต้นทุนต่อเป้าหมาย” มากกว่าดูเพียงราคาต่อตารางเมตร


ตัวอย่างการวางผังบูธแต่ละขนาด

บูธ 3×3

ด้านหน้า: จุดต้อนรับ
ด้านหลัง: Brand Wall + Product Hero
ด้านข้าง: ชั้นวางสินค้า
กลางบูธ: พื้นที่ยืนพูดคุย

เหมาะกับการสร้างความสนใจแบบรวดเร็วและเก็บ Lead


บูธ 3×6

สามารถแบ่งพื้นที่ตามแนวยาว เช่น

ทางเข้า → Product Display → Demo → Consultation

รูปแบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการให้ลูกค้าเดินผ่านหลายจุดก่อนพูดคุยกับฝ่ายขาย


บูธ 6×6

สามารถออกแบบเป็นพื้นที่เปิดตรงกลาง และวางโซนรอบด้าน เช่น

ด้านหน้า: Brand + Attraction
ด้านซ้าย: Product Display
ตรงกลาง: Demo / Activity
ด้านขวา: Consultation
ด้านหลัง: Meeting + Storage

ข้อดีคือสามารถรองรับลูกค้าหลายกลุ่มพร้อมกันได้


แล้วควรเลือกบูธ 3×3, 3×6 หรือ 6×6?

ให้ใช้หลักง่าย ๆ ดังนี้

เลือก 3×3
ถ้าต้องการประหยัดพื้นที่และงบประมาณ เน้นแบรนด์หรือสินค้าหลัก

เลือก 3×6
ถ้าต้องการพื้นที่แสดงสินค้าและพูดคุยกับลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยยังควบคุมงบได้ง่าย

เลือก 6×6
ถ้าต้องการสร้างประสบการณ์แบรนด์ มี Demo หลายจุด มีห้องประชุม หรือรองรับทีมงานและผู้เข้าชมจำนวนมาก

สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกบูธที่ใหญ่ที่สุด แต่คือการเลือกพื้นที่ที่ พอดีกับเป้าหมายของงานและพฤติกรรมของลูกค้า


SEO + AEO + GEO สำหรับบทความและธุรกิจรับออกแบบบูธ

หากธุรกิจรับออกแบบและรับทำบูธต้องการให้ลูกค้าค้นหาเจอผ่าน Search และ AI มากขึ้น เนื้อหาบนเว็บไซต์ควรตอบคำถามที่มี Search Intent ชัดเจน เช่น

  • ออกแบบบูธ 3×3 ราคาเท่าไหร่
  • บูธ 3×6 เหมาะกับธุรกิจอะไร
  • บูธ 6×6 ต้องวางผังอย่างไร
  • ออกแบบบูธแสดงสินค้าอย่างไร
  • รับออกแบบบูธแสดงสินค้า
  • บริษัทรับทำบูธ
  • ออกแบบบูธให้ดึงดูดลูกค้า
  • บูธแสดงสินค้าขนาดเล็ก
  • วิธีเลือกขนาดบูธแสดงสินค้า

SEO

สร้างหน้าเว็บไซต์และบทความที่ตอบ Search Intent โดยใช้ Keyword อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมโครงสร้าง H1, H2, H3 และ Internal Link ที่เกี่ยวข้อง

AEO

เขียนคำตอบแบบตรงประเด็น เช่น

ถาม: บูธ 3×6 มีพื้นที่เท่าไหร่?
ตอบ: บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่ 18 ตารางเมตร เหมาะสำหรับการจัดโซนแสดงสินค้า Demo และพื้นที่พูดคุยกับลูกค้า

รูปแบบนี้ช่วยให้เนื้อหาถูกนำไปใช้ตอบคำถามได้ง่ายขึ้น

GEO

ควรระบุข้อมูลธุรกิจให้ชัด เช่น พื้นที่ให้บริการ จังหวัดหรือพื้นที่รับงาน ประเภทงานที่รับออกแบบ รวมถึงผลงานจริง เพื่อช่วยให้ระบบเข้าใจว่าแบรนด์ให้บริการอะไรและให้บริการที่ไหน


สรุป

การเลือกขนาดบูธ 3×3, 3×6 หรือ 6×6 เมตร ควรเริ่มจากเป้าหมายของงาน ไม่ใช่เริ่มจากขนาดพื้นที่เพียงอย่างเดียว

3×3 เมตร เหมาะกับบูธขนาดกะทัดรัด เน้นแบรนด์หรือสินค้าเด่น
3×6 เมตร เหมาะกับการแบ่งโซน Product, Demo และ Consultation
6×6 เมตร เหมาะกับการสร้าง Brand Experience และรองรับกิจกรรมหรือการเจรจาหลายรูปแบบ

ถ้าวางแผนตั้งแต่ Customer Journey → โซนใช้งาน → ทางเดิน → จุดดึงดูด → จุดพูดคุย → จุดเก็บ Lead จะช่วยให้พื้นที่ทุกตารางเมตรทำงานได้คุ้มค่ามากขึ้น

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกแบบบูธ

บูธ 3×3 เมตร มีพื้นที่เท่าไหร่?

บูธ 3×3 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 9 ตารางเมตร เหมาะกับการจัดแสดงสินค้าไม่กี่รายการ เน้น Brand Awareness และการเก็บ Lead

บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่เท่าไหร่?

บูธ 3×6 เมตร มีพื้นที่ 18 ตารางเมตร สามารถแบ่งเป็นโซนแสดงสินค้า Demo และพื้นที่พูดคุยกับลูกค้าได้

บูธ 6×6 เมตร เหมาะกับใคร?

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการพื้นที่หลายฟังก์ชัน เช่น Product Display, Demo, Activity, Meeting Room และพื้นที่รับรองลูกค้า

บูธใหญ่กว่าดีกว่าหรือไม่?

ไม่เสมอไป ขนาดบูธควรสัมพันธ์กับจำนวนสินค้า จำนวนทีมงาน กิจกรรม และเป้าหมายของงาน หากพื้นที่ใหญ่แต่ไม่มีแผนการใช้งานที่ดี ก็อาจทำให้บูธดูโล่งหรือใช้งานไม่คุ้มค่า

ควรเริ่มออกแบบบูธจากอะไร?

ควรเริ่มจากเป้าหมายของการออกงานและ Customer Journey จากนั้นจึงกำหนดโซน พื้นที่ใช้งาน เฟอร์นิเจอร์ ระบบไฟ และกราฟิก

บูธ 3×3 สามารถทำให้ดูโดดเด่นได้หรือไม่?

ได้ โดยเน้น Visual Hierarchy ใช้พื้นที่แนวตั้ง ป้ายแบรนด์ที่มองเห็นจากระยะไกล และเลือกนำเสนอเฉพาะสินค้าหรือข้อความสำคัญ

การออกแบบบูธควรเผื่อพื้นที่เก็บของหรือไม่?

ควรเผื่อ เพราะอุปกรณ์ สินค้า Catalog และของใช้ของทีมงานต้องมีพื้นที่จัดเก็บ หากไม่มี Storage อาจทำให้พื้นที่แสดงสินค้าดูรกระหว่างงาน


#ออกแบบบูธ #รับทำบูธ #บูธแสดงสินค้า #ออกแบบบูธแสดงสินค้า #บูธ3×3 #บูธ3×6 #บูธ6×6 #ออกบูธ #งานแสดงสินค้า #ExhibitionBooth #BoothDesign

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง LineOA @Blackcatdesign
หากสนใจติดต่อได้ที่ Facebook นี้ได้เลย คลิ๊ก!!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ คลิกที่นี่ 👈
บทความก่อนหน้าเกี่ยวกับ บูธ 👈

Share:

Facebook
Twitter
LinkedIn
ออกแบบบูธ

More Posts

รับทำบูธ

รับทำบูธตามแบบ 3D ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนผลิตจริง?

ก่อนเริ่มผลิตบูธตามแบบ 3D ควรตรวจสอบขนาดพื้นที่จริง โครงสร้าง วัสดุ ระบบไฟฟ้า งานกราฟิก และงบประมาณให้ครบถ้วน เพื่อให้บูธที่ผลิตตรงตามแบบ ใช้งานได้จริง และลดความผิดพลาดระหว่างการผลิตและติดตั้ง

ออกแบบบูธ

ออกแบบบูธขนาดเล็กให้ดูโปร่ง ใช้พื้นที่คุ้มค่า

ไอเดียออกแบบบูธขนาดเล็กให้ดูโปร่ง ใช้พื้นที่คุ้มค่า ด้วยเทคนิคจัดวางเฟอร์นิเจอร์ เลือกสีและแสง เพื่อสร้างบูธที่สวยงามและใช้งานได้จริง

รับทำบูธ

รับทำบูธแสดงสินค้า ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเริ่มงาน?

ก่อนจ้างบริษัทรับทำบูธแสดงสินค้า ต้องเตรียมอะไรบ้าง? รวม 10 ข้อมูลสำคัญ ช่วยให้ออกแบบบูธได้ตรงความต้องการ ควบคุมงบประมาณ และลดปัญหาก่อนเริ่มงาน

Black Cat Design

14/2 ถนนเพิ่มสิน
แขวงออเงิน เขตสายไหม
กรุงเทพมหานคร 10220

ระบบองค์กร Zoho
ออกแบบ ติดตั้ง รื้อถอน

ระบบองค์กร Zoho

เว็บไซต์

รับออกแบบ
และติดตั้งรื้อถอน

งานบูธ

รับสมัครข่าวสารจากเรา

Contact With Us

Copyright © 2023 BlackCatDesign.co.th

สงวนสิทธิ์ทุกประการ

เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์์ 0135563013064

Add LINE